พ่อ-น้องชายรุดดูเบนซ์ ‘เชอรี่’พบทรัพย์สินหายเกลี้ยง สั่งอายัดเงินล้าน 14 บัญชี

พ่อ-น้องชายไฮโซเชอรี่รุดดูเบนซ์ลูกสาว พบทรัพย์สินหายเกลี้ยง ทั้งสร้อยข้อมือ กำไลทอง แหวนทอง บัตรเอทีเอ็ม เงินสดน 2 แสนบาท สั่งอายัด 14 บัญชีธนาคารของลูกสาวแล้ว

จากกรณีพบศพ น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ อายุ 39 ปี ไฮโซสาวนักธุรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัทมหาเกียรติ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และขนส่งรายใหญ่ เจ้าของกิจการปั๊มน้ำมันอีก 3 แห่ง ในห้องพักเลขที่ 2702 ชั้น 7 โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านซอยประดิษฐ์มนูธรรม 19 แขวงและเขตลาดพร้าว ถูกตีด้วยไม้เบสบอลที่ขมับขวาจนกะโหลกยุบ และพบว่ารถเบนซ์ รุ่นอี 220 สีบรอนซ์ ของผู้ตาย ถูกคนร้ายขับหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจขอศาลอนุมัติหมายจับ นายอัศยา หรือโก้ ชัยภา อายุ 33 ปี ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ล่าสุดพบนายอัศยา อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกัมพูชา โดยวงจรปิดของโรงแรมบันทึกไว้ได้ พบว่าหลังจากเจ้าตัวขับรถเบนซ์ผู้ตายไปที่ จ.จันทบุรี แล้วจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถเอกชน ก่อนที่นายโก้และน้องชาย จะขึ้นรถรับส่งของบ่อนการพนันข้ามไปยังฝั่งกัมพูชา และเข้าพักที่โรงแรม ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว เจอแล้ว!! โก้ มือสังหาร เชอรี่ โผล่โรงแรมกัมพูชา พร้อมน้องชาย (คลิป)

พ่อและน้องชายของ เชอรี่ มาดูรถเบนซ์ที่สน.โชคชัย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น วันที่ 2 ส.ค. ที่สน.โชคชัย นายอำนวย วิชัยโชติ อายุ 66 ปี บิดาพร้อมด้วยนายบัณฑิต ตั้งวิบูลย์พานิชย์ อายุ 30 ปี น้องชาย น.ส.ธิติมา หรือเชอรี่ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย หลังทราบว่าพบรถเมอร์เซเดสเบนซ์ อี 220 เลขทะเบียน 6 กฒ 1937 กรุงเทพมหานคร ของน.ส.ธิติมาแล้ว และนำรถยนต์มาไว้ที่สน.โชคชัย

ตรวจสอบรถเบนซ์ของกลาง

พล.ต.ต.ธีระพงษ์ เปิดเผยว่า วันนี้นำรถยนต์ของกลางที่ตรวจยึดได้มาให้นายอำนวย พ่อของผู้เสียชีวิต เก็บรักษาไว้ในฐานะเป็นของกลาง และถ้ามีความจำเป็นก็จะขอตรวจสอบอีกครั้ง และคืนทรัพย์สินที่พบภายในรถส่งคืนให้ มีกุญแจรถ กระเป๋าเครื่องสำอาง เอกสารจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีสิ่งของมีค่าอย่างอื่น

ทรัพย์สินที่พบในรถ

นายบัณฑิต น้องชายผู้ตายเปิดเผยว่า วันนี้มารับทรัพย์สินกระเป๋า กุญแจรถเบนซ์ เอกสารบางส่วน ส่วนทรัพย์สินที่หายไปมีสร้อยข้อมือ กำไลทอง แหวนทอง บัตรเอทีเอ็ม และเงินสดจำนวน 2 แสนบาท ที่พี่สาวกดเอทีเอ็มล่าสุดก่อนเสียชีวิตยังไม่พบ ส่วนจำนวนเงิน 2.7 ล้าน ตนไม่ทราบว่ามาจากไหน เพราะยังไม่ได้ดูบัญชีอย่างละเอียด แต่ขณะนี้ได้อายัดบัญชีธนาคาร 14 บัญชี ที่มีวงเงินหลายสิบล้านบาท ของพี่สาวไว้เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายอำนวย กล่าวว่า อยากให้คนร้ายเข้ามอบตัวโดยเร็ว ซึ่งตนประเมินตั้งแต่แรกแล้วว่า คนนี้ไม่น่าไว้ใจ และรับไม่ได้กับการกระทำของคนร้าย

“มอบหมายให้ลูกชายดำเนินการต่อที่สน.โชคชัย ส่วนผมจะเดินทางไปอายัติบัญชีธนาคารของลูกสาว จำนวน 14 บัญชี ให้เรียบร้อยในวันนี้ ครั้งแรกที่เจอนายอัศยา ดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ เพราะมีลักษณะคล้ายกับน่าจะมาหลอกคบ และเอาเงินลูกสาว และเคยเตือนแล้ว แต่ก็ไม่กล้าพูดเยอะไปมากกว่านี้ ขณะเดียวกันทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า ทางเจ้าหน้าที่ไปสอบแม่บ้านโรงแรมที่เกิดเหตุบ อกว่าได้ยินเสียงคนทวงเงิน จึงเชื่อว่าปมสังหารน่าจะมาจากเรื่องเงิน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา คนร้ายยืมเงินผู้ตายไปกี่บาทแล้ว” นายอำนวย กล่าว 

 

บทความก่อนหน้านี้สยอง! ‘คู่รักวัยรุ่น’ ขี่ตาม-มองไม่เห็น หัวปะทะแผ่นเหล็ก-กระโหลกเปิด เพื่อนสุดอาลัย
บทความถัดไปคสช.โต้แจ้งความ ‘เพจอนาคตใหม่-ธนาธร’ ไม่กลั่นแกล้ง-กลัวประชาชนตื่นตระหนก