ยื่น2หมื่นรายชื่อดัน “ป่าแม่วงก์” เป็นมรดกโลก ชี้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง

13 ธ.ค. 2559 - 17:52 น.

กลุ่ม For Rest’s Life รวบรวม 22,638 รายชื่อ ผลักดันแม่วงก์เป็นมรดกโลก ด้านกรมอุทยานฯ ระบุจัดทำแผนแม่บทการบริหารเสร็จแล้ว เร่งรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก เผยอยากผนวกผืนป่าตะวันตกไว้ด้วยกัน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กลุ่ม For Rest’s Life รวบรวม 22,638 รายชื่อผ่านแคมเปญ Change.org ยื่นเสนอผลักดันให้ป่าแม่วงก์ เป็นมรดกโลก โดยมีนายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้รับเรื่อง

ffd

นายทรงธรรม กล่าวว่า ตนจะนำรายชื่อที่ผลักดันให้ป่าแม่วงก์เป็นมรดกโลก เสนอต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ รับทราบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวกรมอุทยานฯ มีแนวคิดและดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการเสนอให้อุทยานแห่งขาติแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ และอุทยานแห่งชาติคลองลาน จ.กำแพงเพชร ขึ้นเป็นพื้นที่มรดกโลก เนื่องจากทั้งสองอุทยานมีศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพสูงพอที่จะเป็นมรดกโลก


อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมผืนป่ารวมเข้ากับห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นการผนวกรวมป่าตะวันตกทั้งผืนให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้อีกด้วย โดยขณะนี้กรมอุทยานฯ จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการพื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินจากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) โดยอธิบดีกรมอุทยานฯ เซ็นรับแผนแม่บทดังกล่าวแล้ว แต่อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่อไปต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากทางจังหวัด ส่วนท้องถิ่นและประชาชน ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 ปี เพื่อให้แผนแม่บทดังกล่าวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเมื่อทางกรมอุทยานฯ จะเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกต่อคณะกรรมการมรดกโลกหรือยูเนสโก ก็จะแนบแผนแม่บทดังกล่าวไปด้วย

เมื่อถามว่า การขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะมีผลต่อการสร้างเขื่อนแม่วงก์หรือไม่ ผอ.สำนักอุทยานฯ กล่าวว่า หากจะสร้างเขื่อนแม่วงก์ ต้องสร้างก่อนการขึ้นทะเบียนมรดกโลก แต่อย่างไรก็ตามกรมอุทยานฯ ไม่มีอำนาจตัดสินว่าควรสร้างเขื่อนหรือไม่ โดยในส่วนของกรมอุทยานฯ จัดทำรายงานมูลค่าระบบนิเวศในการประเมินผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ ซึ่งขณะนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว เพื่อให้รัฐบาลนำไปประกอบการตัดสินใจว่า หากสร้างเขื่อนแม่วงก์จะได้หรือเสียอะไรบ้าง หรือหากไม่สร้างเขื่อนแม่วงก์จะได้หรือเสียอย่างไร

“รายงานดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าควรสร้างหรือไม่สร้าง เป็นเพียงทางเลือกให้รัฐบาลเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลจะต้องไปชั่งน้ำหนักตัดสินใจเอง อย่างไรก็ตาม หากนำเรื่องของต้นทุนทางธรรมชาติในการตัดสินใจสร้างเขื่อนแม่วงก์ ก็คงไม่ต้องบอกว่าคุ้มค่าหรือไม่ เพราะสิ่งที่ธรรมชาติสูญเสียไปไม่สามารถมาวัดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เลย” ผอ.สำนักอุทยานฯ กล่าว

ด้านน.ส.กัญญ์วรา ธาราวดี นักศึกษาปีที่ 3 คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตัวแทนกลุ่ม For Rest’s Life กล่าวว่า จากความต้องการสร้างเขื่อนแม่วงก์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งเป็นความต้องการจากหน่วยงานภาครัฐเพียงบางหน่วยงาน ที่มีการเสนอรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเลย

อีกทั้งการสร้างเขื่อนแม่วงก์ถือเป็นการทำลายป่า เมื่อป่าถูกทำลายไปจุดหนึ่งมักจะส่งผลกระทบต่อบริเวณรอบข้าง เพราะป่าจะเอื้อความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ด้วยเหตุผลนี้กลุ่ม For Rest’s Life จึงเริ่มรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อให้ป่าแม่วงก์เป็นมรดกโลก ผ่านแคมเปญของ Change.org ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อรวม 22,638 รายชื่อแล้ว โดยเราเชื่อว่าหากป่าแม่วงก์เป็นมรดกแล้ว จะเป็นการปกป้องผืนป่าจากนานาชาติ เสมือนเป็นการปกป้องได้อย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ยื่น2หมื่นรายชื่อดัน “ป่าแม่วงก์” เป็นมรดกโลก ชี้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง