รองโฆษกตร.เผยปมยิงดับ 3 ศพคาบ้านพักในมหาวิทยาลัยดัง ผัวเก่าตามราวีก่อนเห็นภาพบาดใจคว้าปืนยิงแฟนใหม่ ก่อนตามยิงอดีตเมียคาที่นอน แล้วจ่อขมับยิงตัวตายตามข้างศพอดีตภรรยา
เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุเสียชีวิต 3 ศพภายในบ้านพักภายในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ สภ.เมืองสกลนคร ว่า สภ.เมืองสกลนคร ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุบ้านพักบุคลากรเจ้าหน้าที่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในอ.เมือง จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา อ่านข่าว บุกยิง 2 ผัว-เมียดับ ในบ้านพักกลาง ม.ดัง ก่อนมือปืนลั่นไกฆ่าตัว ข้างศพฝ่ายหญิง
พนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าฝ่ายสืบสวนและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุประกอบคดี วาดภาพแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป เก็บวัตถุพยานทางคดีเพื่อทำการตรวนพิสูจน์และร่วมกับแพทย์ ประจำโรงพยาบาลสกลนคร ทำการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น
ในที่เกิดเหตุพบศพชายไทยทราบภายหลังชื่อ นายธวัชชัย หรือตู่ วิลาชัย นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ในห้องโถงกลางบ้าน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน ภายในห้องพักพบศพหญิงทราบภายหลังชื่อ นางภาวิณี หรือนุ้ย วิลาชัย นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สภาพศพถูกยิง
และพบศพชายทราบชื่อคือนายธวัชชัย หรือตุ้ย วิภาวิน นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ติดกับศพของนางภาวิณี วิลาชัย สภาพศพถูกยิงที่ขมับด้านซ้าย 1 นัด ในมือด้านซ้ายถือปืนขนาด.38 ไว้ที่บริเวณท้อง ตรวจสอบภายในห้องพักพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่จำนวนหนึ่ง พนักงานสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุพยาน และร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย
โดยจากสืบสวนและสอบสวนเบื้องต้นได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุ นายธวัชชัย หรือตุ้ย ซึ่งเคยคบหากับนางภาวิณีหรือนุ้ยมาก่อน แต่ต่อมาเลิกร้างกัน นางภาวิณีมาสมรสและอยู่กินกับนายธวัชชัย หรือตู่ อยู่ที่บ้านพักหลังที่เกิดเหตุ นายธวัชชัย หรือตุ้ย ยังคงหึงหวง ในวันเกิดเหตุมีพยานเห็นนายธวัชชัยหรือตุ้ยมาที่บ้านหลังดังกล่าว แล้วพบนางภาวิณีและนายธวัชชัยหรือตู่อยู่ในบ้าน จึงใช้ปืนพกสั้น ชนิดรีวอลโว่ขนาด .38 ที่พกพาติดตัวมายิงนายธวัชชัยหรือตู่ และนางภาวิณีเสียชีวิต ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองเสียชีวิตเช่นกัน
รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้มาจากเรื่องชู้สาว ซึ่งข้อสันนิษฐานจากการสืบสวนสอบสวนและการตรวจสถานที่เกิดเหตุในเบื้องต้นเชื่อว่า ผู้ต้องหาได้ฆ่าตัวตายตาม หลังจากที่ก่อเหตุ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องสืบสวนสอบสวน และรวมพยานหลักฐานต่างๆ รวมทั้งผลการชันสูตรพลิกศพ ผลการตรวจที่เกิดเหตุจากพิสูจน์หลักฐานจ.สกลนคร มาประกอบสำนวนการสอบสวนชันสูตรพลิกศพ
ซึ่งตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านกำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพื่อเยียวยาความเสียหายสามารถตอบคำถามของสังคมได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

