เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ร.ต.อ.สุรพงษ์ พรงาม ร้อยเวร สภ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี พร้อมด้วย นายเดช จินโนรส นายกเทศมนตรีขุนซ่อง, เจ้าหน้าที่อุทยานเขาสิบห้าชั้นและ กำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ร่วมเดินทางตรวจสอบเหตุช้างป่าตกมันไล่ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย บริเวณหลังโรงเรียนขุนซ่อง พื้นที่ ม.3 และม.18 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
ที่เกิดเหตุพบศพนายทองแดง ทุมนานอก อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191 ม.3 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี อยู่ในสภาพนอนหงาย เสียชีวิตอยู่ข้างทาง บาดแผลตามร่างกายพบที่บริเวณลำคอหัก กะโหลกศีรษะยุบ และกระดูกชายโครงหัก ตรวจสอบในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน ขจพ225จันทบุรี ล้มอยู่กลางถนน สภาพพังเสียหาย
จากการสอบสวน นายศรีศักดิ์ แดงสกุล อายุ 54 ปี ชาวบ้านที่ไปพบศพ เพื่อนผู้ตาย ให้การว่า เมื่อเวลาช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุนั่งคุยอยู่กับผู้ตายและเพื่อนบ้านที่กรีดยางใกล้กัน ต่อมานาย ทองแดงขอตัวขี่รถออกไปดูน้ำยางที่กรีดทิ้งไว้ หลังจากออกไปไม่นาน ก็ได้ยินเสียงล้มดังโครม และเสียงช้างร้อง จึงพร้อมกับเพื่อนๆ วิ่งออกมาดู ก็พบเพียงรถจักรยานยนต์ที่ล้มกลิ้งอยู่กลางถนน จึงได้ช่วยกันตะโกนเรียกผู้ตาย แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จากนั้นจึงช่วยกันออกตามหาจนมาพบนายทองแดง ถูกช้างป่าทำร้าย นอนเสียชีวิตอยู่ในป่าหญ้าข้างทาง ห่างจากจุดที่รถล้มประมาณ 10 เมตร
ต่อมาพบว่าช้างป่าตัวดังกล่าวยังอยู่ในอาการตกมัน มุ่งหน้าไปพื้นที่ ม.18 ต.ขุนซ่อง และเข้าทำร้ายนายกฤษฎา มาลัย อายุ 44 ปี ชาวบ้านที่กำลังกรีดยางอยู่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเพื่อนบ้านที่กรีดยางสวนใกล้กันเห็นเหตุการณ์จึงช่วยกันพานายกฤษฏาวิ่งหนีออกมา ก่อนรีบนำตัวส่งรพ.แก่งหางแมว
จากการตรวจรักษาของแพทย์เบื้องต้น พบว่านายกฤษฏากระดูกซี่โครงซ้ายหัก อาการสาหัส จึงได้แจ้งทาง รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี เพื่อส่งตัวผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาต่อ
ขณะที่ นายเดช จินโนรส นายกเทศมนตรีขุนซ่อง เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางเทศบาล ต.ขุนซ่อง รายงานข้อมูลให้ทางอำเภอ และจังหวัดรับทราบ ในการจัดหางบประมาณฉุกเฉินนำมาช่วยเหลือ เยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุภัยพิบัติช้างป่า
พร้อมกันนี้ จะร่วมกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานเขาสิบห้าชั้น ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามดูพฤติกรรมช้างป่าตัวดังกล่าว พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่ กระจายกำลังลาดตระเวนเฝ้าระวังผลักดันช้างป่า ให้ออกห่างจากชุมชนเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน จนกว่าจะมีมาตรการอื่นในการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขต่อไป
