ตร.ตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ตร.อยุธยารีดเงินพ่อค้าเห็ด 2 หมื่นแลกปล่อยตัว หลังพ่อค้าเข้าแจ้งความถูกตร.เข้ารื้อค้นบ้าน ก่อนที่ฝ่ายตำรวจจะแจ้งความกลับ ตร.ยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงกรณีนายสุวิทย์ สุนทรวิทย์ อายุ 39 ปี เกษตรกรผู้ปลูกเห็ด อยู่บ้านเลขที่ 19/2 หมู่ 7 ต.มหาพราหมณ์ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับเงิน กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความกลับ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.บางบาล ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นั้น

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจาก สภ.บางบาล อ้างว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสุวิทย์มาแจ้งความกรณีมีชาย 6 คน ทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามารื้อค้นบ้านเมื่อวันที่ 30 ส.ค. เวลาประมาณ 18.30 น.

สภาพบ้านโดยรื้อค้น

ต่อมาตำรวจดังกล่าวพาตัว นายสุวิทย์ไปที่ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และบังคับให้นำเงิน 2 หมื่นมาให้เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ต่อมาเมื่อกลุ่มชายคนดังกล่าวรับเงินจากนายสุวิทย์แล้ว ก็ได้ปล่อยตัวไป กระทั่งนายสุวิทย์ เดินทางมาแจ้งความจับกลุ่มชายดังกล่าว

ต่อมาวันที่ 28 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวอ้าง ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายสุวิทย์ พร้อมพวกรวม 5 คน ในข้อหา “ร่วมกันแจ้งความเท็จฯ, หมิ่นประมาททางสื่ออิเลคทรอนิคส์ฯ, ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานหมายกรรโชกทรัพย์, เป็นเจ้าหนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”

ขณะนี้ทาง สภ.บางบาล ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมายแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง ให้เกิดความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายแล้ว หากได้ข้อสรุปเป็นประการใดจะดำเนินการต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าว การกระทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องของความประพฤติส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร ยืนยันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่ปกป้องข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายแน่นอน

ทั้งนี้ จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรอบกฎหมาย และระยะเวลาที่กำหนด

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการมาตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน

โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริตเป็นธรรม ให้บริการประชาชนด้วยใจ เสมือนเป็นคนในครอบครัว นึกถึงความเดือดร้อน หรือปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือเป็นสำคัญ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน

ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาคอยสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ทั้งในและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความประพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน