เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงคมนาคมเสนอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แก้ปัญหารถตู้สาธารณะว่า การแก้ปัญหานี้เป็นข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เกิดจากกรณีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถตู้จนมีผู้เสียชีวิต 25 คน เพียงอย่างเดียว ก่อนหน้านี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เสนอร่างพ.ร.บ.การจราจรทางบก ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเข้ามาแล้ว
อีกทั้งมีคณะกรรมการชุดหนึ่งเกี่ยวกับความปลอดภัยจากการจราจรทางบกที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมเป็นประธาน เสนอมาตรการต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนต.ค.2559 หลายอย่างต้องออกกฎหมายอาจล่าช้า เมื่อเกิดเหตุรถตู้ชนรถกระบะขึ้น นายกฯจึงสั่งการว่ามาตรการต่างๆต้องใช้เวลา อาจมีอุบัติเหตุขึ้นได้อีกในช่วงวันหยุดยาว จึงให้ดึงเอาบางเรื่องมาใช้มาตรา 44 ออกไปพลางก่อน ส่วนกฎหมายก็แก้กันไป เสร็จเมื่อไรมาตรา 44 เรื่องนี้ก็หมดไป
นายวิษณุ กล่าวว่าวันที่ 5 ม.ค. หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก สตช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยยกกรณีอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นตัวอย่าง ทำให้เห็นข้อบกพร่องซึ่งเคยพิจารณากันมาแล้ว เช่น การใช้รถ สภาพรถ ความเร็ว คุณภาพผู้ขับขี่ จึงให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาอะไรเร่งด่วนให้เสนอมาที่ตน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนอะไรต้องเสนอต่อสภาฯก็ให้ดำเนินการไป ส่วนรถตู้ที่เกิดเหตุนั้น ถือเป็นรถที่มีสภาพไม่เหมาะสมเป็นรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีใช้อยู่ในประเทศไทยจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจนำข้อมูลมาแสดงให้ดูในที่ประชุมเห็นว่า มีปัญหาที่ตัวรถ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดูว่าอะไรที่ใช้กฎหมายปกติได้ก็ทำไป อะไรที่เร่งด่วนก็จะใช้มาตรา 44 ไปพลางก่อน
เมื่อถามว่า ในอนาคตจะไม่มีการใช้รถตู้เพื่อให้บริการขนส่งสาธารณะใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แต่ละหน่วยงานมีมาตรการของเขาอยู่แล้ว โดยไม่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น เรื่องนี้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีไปแล้วด้วยซ้ำ ว่ารถตู้ขนส่งสาธารณะจะหมดไปในปี 2562 เพราะสภาพไม่เหมาะกับการขนส่งสาธารณะ