จับผู้ช่วยแพทย์ลอบขายยาทำแท้ง ไซโตล็อค ว่อนเฟซบุ๊ก-ไลน์ เปิดเพจขายเม็ดละ 500 บาท ส่งต่อเม็ดละ 1,000 บาท เภสัชกรเผยเป็นยารักษาแผลในสำไส้ กระตุ้นการบีบตัวของมดลูก อาจปริแตกไม่สามารถมีลูกได้อีก อาจตกเลือดและช็อก หากติดเชื้อถึงขั้นเสียชีวิต
ขายยาทำแท้ง / เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส. พร้อมด้วย พ.ต.ท.กฤช กัญชนะ รองผกก.ดส. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล สว.กก.ดส. ภก.ประพนธ์ อางตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภญ.วารีรัตน์ เลิศนที ผอ.ศูนย์จัดการเรื่องร้องเรียนและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรป.)
ร่วมแถลงข่าวจับกุม น.ส.น้ำทิพย์ สงวนนามสกุล อายุ 21 ปี น.ส.วิกานดา สงวนนามสกุล อายุ 35 ปี ข้อกล่าวหาร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่มีใบอนุญาต, ร่วมกันขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และร่วมกันโฆษณาขายผ่านอินเตอร์เน็ต
โดยจับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า น.ส.รุ่งนภา สงวนนามสกุล อายุ 32 ปี ข้อหาแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่มีใบอนุญาต, ร่วมกันขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และร่วมกันโฆษณาขายผ่านอินเตอร์เน็ต จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 179/18 ม.5 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช
และนายเกรียงไกร สงวนนามสกุล อายุ 25 ปี ข้อหาร่วมกันขายยาแผนปัจจุบัน โดยไม่มีใบอนุญาตและร่วมกันขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 188 ม.เพชรวงแหวน แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. พร้อมของกลางยาทำแท้งไซโตล็อค (cytolog) 150 เม็ด
พ.ต.อ.จิรกฤตเปิดเผยว่า ทางกก.ดส. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการเปิดเพจเฟซบุ๊กและไลน์ขึ้นมาเพื่อขายยาทำแท้งเถื่อนไซโตล็อค โดยตั้งกลุ่มปิดสอนใช้ยาดังกล่าว ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง จึงสืบสวนจับกุมดังกล่าว โดยเปิดเพจมาชั่วคราว เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า มีเพจใช้ชื่อว่า “Hawk ยาสอด ยาทำแท้ง” “คลีนิคหมอนิตยาปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อม” “LNW SHOP ยาสอดร้านตูน” “ยาทำแท้งที่บ้าน” “ยาขับเลือดแบบกิน” “twitter ยาทำแท้ง @yatamtang” “Line@2planned” Line@cytotank” “Line@hawk1236”
โดยจากการตรวจสอบดังกล่าว สามารถปิดเพจดังกล่าวไปได้ค่อนข้างเยอะ เชื่อว่าน่าจะมีเหลืออยู่ แต่เชื่อว่า 3 รายนี้สามารถเข้าหาได้ง่าย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะหาต้นตอที่นำเข้ามา
ด้านพ.ต.ท.ปียรัช กล่าวว่า ต่อมาทางชุดสืบสวนจึงติดต่อผู้ขายยาเพื่อติดต่อซื้อยาดังกล่าวเพื่อขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส.น้ำทิพย์ และน.ส.วิกานดา ได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านปิ่นเกล้า ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลตลิ่งชันออกหมายจับ ขยายผลจับกุม น.ส.รุ่งนภา อายุ 32 ปี และผู้ขายรายใหญ่ที่ทำหน้าที่ปล่อยตัวยาดังกล่าวคือ นายเกรียงไกร สาวประเภทสอง ซึ่งการดำเนินการจับกุมดังกล่าวถือว่าเป็นการจับกุมครั้งแรกที่เกิดขึ้น
จากการสอบสวน นายเกรียงไกรให้การรับสารภาพว่า ทำมาแล้วประมาณเกือบ 2 ปี ขายยาดังกล่าวเม็ดละ 500 บาท ก่อนหน้านี้เคยเรียนหลักสูตรผู้ช่วยแพทย์มาแต่ยังไม่จบ จึงมีความรู้มาก่อน และรู้จักผ่านอินเตอร์เน็ต
โดย น.ส.น้ำทิพย์ น.ส.วิกานดา และน.ส.น้ำทิพย์ ทำหน้าที่นำไปส่งขายต่อเม็ดละ 1,000 บาท โดยลักษณะการจ่ายยาให้ทีเดียว 6 เม็ด 1-2 เดือนแรกครั้งเดียว จากนั้นหากไม่สำเร็จก็จะจ่ายให้ 1 เม็ดต่อเดือน หากยังไม่ได้ผลจะแบ่งยาขายให้อีกเดือนละเม็ด
ส่วนใหญ่จะทำกับคนอายุครรภ์ 8 เดือน ส่วนสั่งซื้อยาดังกล่าวมาได้อย่างไรนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขยายผล เนื่องจากทางนายเกรียงไกรสั่งซื้อยาดังกล่าวผ่านเอเยนต์ใหญ่แถบภาคกลาง ซึ่งทาง อย.ส่งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ด้าน ภก.ประพนธ์ กล่าวว่า กรณียาดังกล่าวไม่ใช่ทางอย.รับขึ้นทะเบียนตำรับยา และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำแท้ง เป็นยาที่ลักลอบนำเข้า โดยมีสรรพคุณรักษาแผลในสำไส้หรือกระเพาะอาหาร แต่เมื่อใช้ตัวยาดังกล่าวจะกระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะตัวมดลูก จึงเกิดกรณีคนลักลอบไปใช้ทำแท้งขึ้นมา
ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นอันตรายเป็นอย่างมากถ้านำไปใช้โดยไม่อยู่ในการควบคุมของแพทย์ เนื่องจากตัวยาดังกล่าวได้รับขึ้นทะเบียนยาควบคุมพิเศษ จะขายเฉพาะสถานพยาบาลเท่านั้น
ฉะนั้น เรื่องของการใช้ยาโดยที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมจะเป็นอันตรายอย่างมาก อาจจะทำให้มดลูกบีบรัดตัว ทำให้มดลูกปริแตกไม่สามารถมีลูกได้อีก และทำให้เกิดการตกเลือดและช็อก หากเสียเลือดมากอาจติดเชื้อจนทำให้เสียชีวิตได้
“หากมีการโฆษณาขายยาดังกล่าวก็จะมีความผิด ใครที่ขายหรือว่าจำหน่ายยาตัวนี้ถือว่าเป็นการขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท อีกฐานความผิดหนึ่งคือการขยายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนการโฆษณาการทำแท้งก็ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ยา เช่นกัน มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ควรจะต้องไปปรึกษาเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข หรือติดต่อไปที่เบอร์ 1663 หรือ 1323 หรือ 1300 ทำให้ได้รับคำปรึกษาที่ถูกต้องและเกิดความปลอดภัย” ภก.ประพนธ์ กล่าว