ยศชนัน นำทีม อว.ผนึกกำลัง SNUH เกาหลีใต้ ดึงโมเดล Medical AI ยกระดับสาธารณสุขไทย ชูระบบเชื่อมข้อมูลผู้ป่วยไร้รอยต่อ-การแพทย์แม่นยำ มุ่งเป้าคนไทยเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วและลดการตรวจซ้ำซ้อน

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ Seoul National University Hospital (SNUH) กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลีใต้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยนายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว.นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. และข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเยี่ยมชมดูงานและหารือความร่วมมือด้านความก้าวหน้าการใช้ AI ในทางการแพทย์ (Medical AI) และ Quantum Cyber Security โดยเน้นย้ำประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI โดยมีการนำเสนอ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่

SNUH.AI : แพลตฟอร์ม AI แบบบูรณาการที่ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เฉพาะทางการแพทย์ในการทำงาน โดยมีทั้ง AI Chatbot และ Clinical Agent ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมเพิ่มความแม่นยำในการดูแลผู้ป่วย ระบบถูกออกแบบให้ส่งข้อมูลข้ามโรงพยาบาลได้อย่างไร้รอยต่อ (Seamless Integration)

SNUH Polaris : โครงการด้านการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) ที่สร้างคลังความรู้ (Knowledge Bank) ระดับแนวหน้า เน้นการรักษาผู้ป่วยตามลักษณะเฉพาะบุคคล โดยใช้เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรม (Genomics) มาช่วยวิเคราะห์ทั้งในกระบวนการวินิจฉัยและการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด

นายยศชนัน กล่าวถึงเทคโนโลยีดังกล่าวและการนำมาปรับใช้และต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทยว่า ลองนึกภาพว่าเมื่อผู้ป่วยต้องย้ายโรงพยาบาล ข้อมูลจะตามไปทันที ไม่ต้องตรวจซ้ำให้เสียเวลา หรือต้องคอยถือแฟ้มประวัติอีกต่อไปครับ ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ แล้วเราจะต่อยอดความร่วมมือกันได้อย่างไร เราได้หารือกันถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลโรค (Data Exchange) เพราะต่างฝ่ายต่างมีสิ่งที่อีกฝ่ายไม่มี เกาหลีมีฐานข้อมูลที่โรงพยาบาลไทยไม่มี ในขณะที่ประเทศไทยเรามีข้อมูลกลุ่มโรคเขตร้อน (Tropical Diseases) จำนวนมหาศาล ทั้งไข้เลือดออก มาลาเรีย และวัณโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝั่งเกาหลีต้องการมาก การจับมือกันครั้งนี้จึงเป็น Win-Win Situation ที่จะทำให้ AI ทางการแพทย์ของทั้งสองประเทศเรียนรู้และฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกระทรวง อว.เร่งพัฒนาระบบลักษณะนี้ของประเทศไทยเราเองอยู่ เราเพิ่งคิกออฟกันไปเมื่อเดือนที่แล้ว และตั้งเป้าว่าจะมีผลงานชิ้นแรกออกมาให้เห็นภายในสิ้นปีนี้ ตนจึงชวนทาง SNUH มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบทเรียนสำคัญระหว่างกัน เพื่อให้ระบบของไทยสามารถเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์หรือลองผิดลองถูกเองทั้งหมด เพราะท้ายที่สุดแล้วเทคโนโลยีการแพทย์ที่ดีและล้ำหน้าที่สุดจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมันถูกส่งมอบไปถึงประชาชน

Seoul National University Hospital (SNUH) เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ มีชื่อเสียง และได้รับการยอมรับมากที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ SNUH มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเริ่มต้นจาก Jejungwon (เจจุงวอน) โรงพยาบาลแผนตะวันตกแห่งแรกของเกาหลีที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1885 ก่อนจะพัฒนามาเป็นโรงพยาบาลในสังกัดวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล (Seoul National University) ในปี ค.ศ. 1946 และได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลพิเศษ (Special Corporation) ภายใต้กฎหมายโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ในปี ค.ศ. 1978 อย่างเป็นทางการ

ปัจจุบัน SNUH ทำหน้าที่เป็น “โรงพยาบาลศูนย์กลางระดับชาติ” ของเกาหลีใต้ ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำด้านการรักษาโรคที่ซับซ้อน แต่ยังเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยที่สุด โดยเฉพาะด้าน Medical AI, Genomics (จีโนมิกส์) และ Precision Medicine (การแพทย์แม่นยำ) โรงพยาบาลแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรฐานระบบสาธารณสุขของเกาหลีใต้ให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน