ผอ.สั่งสอบ ครูฟาด ป.6 ก้นช้ำ แม่ลั่น ไม่รับเงินทำขวัญ ถ้าไม่ย้ายครู จะพาลูกไปเรียนที่อื่น

ผอ.สั่งสอบ ครูฟาด ป.6 ก้นช้ำ แม่ลั่น ไม่รับเงินทำขวัญ ถ้าไม่ย้ายครู จะพาลูกไปเรียนที่อื่น

ครูฟาด ป.6  – กรณีของ ด.ช.วัย12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ของโรงเรียนอนุบาลชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ มีบาดแผลฟกช้ำที่ก้น โดยแม่ของ ด.ช. ออกมาเปิดเผยว่า ลูกชายถูกครูทำโทษ เนื่องจากท่องสูตรคูณแม่ 8 กับแม่ 9 ไม่ได้ ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวที่บ้านของนักเรียนชั้น ป.6 ที่ถูกครูลงโทษ พบ ด.ช.เอ (นามสมมติ) กำลังช่วยงานขนข้าวสารให้กับตาของตัวเองที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อหาค่าขนมเป็นรายได้พิเศษ โดยนายทรงเดช ขาวสะอาด อายุ 68 ปี ตาของ ด.ช.เอ เปิดเผยว่า หลานจะมารับจ้างขนข้าวสารหารายได้เสริมที่ร้านเป็นประจำทุกวัน ในวันเกิดเหตุเห็นหลานไปคุยกับเพื่อนว่าถูกครูตี เมื่อเปิดดูที่ก้น ตนตกใจมากเพราะไม่คิดว่าจะครูตีแรงขนาดนี้ ตนจึงรีบบอกแม่ของหลาน

น.ส.เฟื่องกมล อนนตรี อายุ 30 ปี แม่ของ ด.ช.เอ กล่าวว่า ตนรับไม่ได้เพราะรุนแรงเกินไป เหมือนจะไม่ใช่การกระทำของครู หลังทราบข่าวตนรีบเดินทางไปพบ ผอ. กระทั่ง เมื่อวันก่อน ( 10 พ.ย.) ผอ.และครู ได้มาขอเจรจาไกล่เกลี่ย คล้ายจะขอชดเชยค่าทำขวัญให้ และขอแค่ลงทัณฑ์บนครูที่ก่อเหตุเพื่อยุติเรื่อง แต่ตนรับไม่ได้ ไม่หวังจะได้เงินทำขวัญ ตนต้องการให้ครูคนนั้นออก หรือย้าย หากไม่ย้ายครูตนก็จะย้ายลูกตัวเองออกจากโรงเรียน ส่วนส่วนของคดีตนจะดำเนินการไปตามกฏหมาย เพราะไม่อยากให้เป็นเยี่ยงอย่าง โดยเฉพาะครูที่ตั้งใจทำผิดแล้วมาใช้เงินปิดคดี

ขณะที่ นายปิยะ พุทธเพาะ ผอ.โรงเรียนอนุบาลพุทไธสง เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่อง ตนได้สั่งให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงพร้อมกำชับให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน จากนั้นก็จะได้สรุปผลเสนอรายงานไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 4 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบและเพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอน

นายปิยะ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามครูที่ถูกกล่าวหาว่าลงโทษเด็กนักเรียนเกินกว่านั้น เบื้องต้นครูก็ยอมรับว่าได้ทำโทษเด็กจริง แต่จะรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้นต้องรอผลการสืบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน ซึ่งหากผลการสอบพบว่าครูลงโทษเด็กรุนแรงเกินกว่าเหตุจริงทางต้นสังกัดก็จะพิจารณาลงโทษทางวินัยตามระเบียบขั้นตอน

นายปิยะ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ครูจะมีการขอโทษหรือไปไกล่เกลี่ยกับผู้ปกครองนักเรียนนั้นก็เป็นคนละกรณีกัน ไม่เกี่ยวกับเรื่องวินัยก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องสภาพจิตใจของเด็ก ซึ่งทางโรงเรียนก็จะได้ให้ครูเข้าไปพูดคุยกับผู้ปกครอง เพื่อร่วมกันดูแลเรื่องสภาพจิตใจของน้องด้วย ส่วนครูที่ถูกกล่าวหาเบื้องต้นก็ต้องให้มาทำการเรียนการสอนตามปกติ จนกว่าผลสอบจะแล้วเสร็จ

 

บทความก่อนหน้านี้ตู่ดิจิทัล ไม่หยุด! เปิดอีกช่องรับทุกคำถาม ตอบทุกเรื่องที่ประชาชนอยากรู้!
บทความถัดไปดราม่างานวิ่งบาน !! ออกหมายจับ ผู้จัดงานวิ่งเมืองชล ข้อหาฉ้อโกง แฉสวมสิทธิ์ใช้ชื่อคนตาย