Khaosod
Online

วันอังคาร ที่ 4 ส.ค. 2563

ชนเผ่าคะฉิ่น สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ'ในหลวงร.9' ทรงช่วยเหลือ-สร้างความเสมอภาคในสังคม

15 ม.ค. 2560 - 14:26 น.

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 94 การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 40

โดยในวันนี้มีหน่วยงานจากภาคเอกชนต่างๆ ประกอบด้วย สมาคมภัตตาคารไทย และภาคีเครือข่าย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร คณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระราชูปถัมภ์ มูลนิธิพลโทหม่อมเจ้าประเสริฐศรี และหม่อมเจริญศรี ชยางกูร มูลนิธิพิริยะไกรฤกษ์ มูลนิธิโรงพยาบาลวิภาวดี มูลนิธิท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ อัมพรไพศาล มูลนิธิสวนหลวง ร.9 ม.ล.อนงรัตน์ จรูญโรจน์ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มูลนิธิราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย มูลนิธิรวมใจ ไทย-สวีเดน 1897 สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) มูลนิธิพัฒนาเครื่องมือแพทย์ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิเฉลิมขวัญ ชุมสาย ณ อยุธยา มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน และมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เวลา 07.00 น. นางฐนิวัน กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระพระอภิธรรมตั้งแต่ค่ำวันที่ 14 ม.ค. ในการนี้ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่จากสมาคมภัตตาคารไทย เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

จากนั้นเวลา 10.30 น. นายเดชา ตุลานันท์ กรรมการผู้บริหาร และรองประธานคณะกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และพนักงาน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้ามืดมีพสกนิกรจำนวนมากเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ประกอบกับเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์จึงทำให้มีพสกนิกรจำนวนมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ พสกนิกรที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพจากทั่วทุกสารทิศ ได้สวมชุดไว้ทุกข์สุภาพเรียบร้อย และเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบตั้งแต่เช้ามืด โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่เวลา 04.50 น. โดยพสกนิกรที่มากราบสักการะพระบรมศพทุกคน จะได้รับแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

นายจงฤทธิชัย ฉิ่งร่ำ ชาวเขาเผ่าระหว่างคะฉิ่น เดินทางมาด้วยรถโดยสารประจำทางพร้อมคณะชาวเขารวม 8 คนในนามของส่วนพัฒนาชาวเขาเชียงใหม่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อบ่าย 2 ของวันที่ 14 ม.ค. กล่าวว่า ในหลวงร.9 ทรงให้ความช่วยเหลือชาวเขาในหลายด้าน อย่างพื้นที่แห้งแล้งก็ทรงช่วยพลิกฟื้นให้มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถทำการเกษตรได้ ทำให้ชาวเขามีอาชีพและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนพื้นที่น้ำเยอะก็ทรงช่วยไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วม

“เมื่อก่อนผมอยู่บ้านใหม่สามัคคี อ.เชียงดาว หมู่บ้านกันดารมาก ไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีโรงเรียน แต่พอในหลวงท่านเสด็จฯมาเยี่ยมเมื่อปี พ.ศ.2523 หมู่บ้านก็เจริญขึ้นมาก มีไฟฟ้าใช้ มีโรงเรียนให้ลูกหลานได้รับการศึกษา ทั้งยังทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวง แนะนำให้ชาวบ้านปลูกพืชเมืองหนาวอย่างอโวคาโด เสาวรส ฯลฯ ทำให้พวกเรามีรายได้เพิ่มขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว ปัจจุบันตัวผมเองก็นำแนวคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงทั้งเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ไว้กินเองในครอบครัว ตอนนี้ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น ที่เดินทางมากราบพระองค์ท่านในวันนี้ ก็อยากจะกราบขอบคุณที่ทรงดูแลพวกเราอย่างดี ทรงเสียสละเพื่อคนไทยมาตลอด” ตัวแทนชาวเขาเผ่าระหว่างคะฉิ่น กล่าวถึงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ

น.ส.อัจฉยา ฉิ่งร่ำ นักเรียนชั้นม.4 โรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม ชาวเขากลุ่มระหว่าง เผ่าคะฉิ่น จ.เชียงใหม่ เผยว่า ไม่เคยมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่าน แต่รู้จักว่าท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานทุกอย่างช่วยเหลือคนไทยทุกชีวิต ด้วยการดูจากโทรทัศน์และสอนจากที่โรงเรียน พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีโดยเฉพาะการอยู่อย่างพอเพียง รวมถึงการให้ความสำคัญกับประชาชนทุกหมู่เหล่าไม่มีการแบ่งแยกชนชั้น ให้ความเท่าเทียมเสมอภาคกันในสังคม พวกเราเป็นชนเผ่าเล็กๆ ท่านก็ทรงไม่เคยละเลย เสด็จฯ มาให้ความช่วยเหลือให้เรามีอยู่มีกิน ทุกครั้งที่ได้ร้องเพลงชาติไทย ซึ่งที่โรงเรียนจะสอนให้เด็กชาวเขาร้องกันให้ได้ทุกคน อีกทั้งยังสอนให้รู้จักความหมายของแต่ละประโยคในเพลงชาติ และเพลงสรรเสริญพระบารมี ในวิชาหน้าที่พลเมือง ทำให้เวลาร้องเพลงชาติ ตนก็จะระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทุกครั้ง

น.ส.มะลิวงค์ สายชุม อายุ 66 ปี

น.ส.อัจฉยา เผยเพิ่มเติมว่า ภายหลังที่พระองค์เสด็จสวรรคตตัวเองตั้งใจจะปฏิบัติตัวเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้เป็นประธานนักเรียนตอนชั้นม.ต้น ก็จะเป็นแบบของการเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ที่ดี สอนให้รู้จักความเป็นมาและเข้าใจถึงความหมายของเพลงชาติ เพลงสรรเสริญให้เข้าใจความสำคัญเพียงแค่จุดเริ่มต้นง่ายๆ เท่านี้ก่อน นอกจากนี้ จะยึดหลักการพูดและปฏิบัติตามที่ในหลวง ร.9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ท่านไม่ทรงรับสั่งอย่างเดียว แต่ทรงลงมือกระทำให้เห็นกลายเป็นแรงบันดาลใจที่เราจะทำดีต่อไป

ด้าน น.ส.มะลิวงค์ สายชุม อายุ 66 ปี พสกนิกรจาก จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า ตนเป็นจิตอาสาที่รวมตัวกับคนลพบุรีกว่า 30 คน มาทำอาหารแจกจ่ายบริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่เช้ามืด โดยนำไก่มาทอด พร้อมข้าวเหนียว ข้าวต้มมัด และลูกชิ้นไก่ทอด เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพได้อิ่มท้อง โดยตนมาเป็นจิตอาสาหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยมีโอกาสเข้าสักการะพระบรมศพ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเป็นความปลาบปลื้มใจอย่างมาก ยิ่งได้เห็นพระบรมโกศใกล้ๆ รู้สึกได้ว่าน้ำตาจะไหลออกมา ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดไม่ได้

น.ส.มะลิวงค์ กล่าวด้วยว่า มาหลายครั้งเห็นคนไทยจำมากทุกครั้ง เห็นแล้วปลื้มใจในความรักที่ประชาชนมีต่อพระองค์ท่าน ดังที่พระองค์ได้ให้ความรักแก่ประชาชนในการช่วยเหลือในด้านต่างๆ ให้พวกเราได้อยู่ดีกินดี การที่เราเป็นจิตอาสาครั้งนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราพอจะทำได้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่านได้ ด้วยใจที่จงรักภักดี

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 ม.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 00.30 น. จากกำหนดเดิมในเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอคิวกราบพระบรมศพ ในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 55,706 คน รวม 75 วัน มี 3,276,134 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,232,104.25 บาท รวม 75 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 269,109,996.59 บาท

ต่อมาเวลา 12.30 น. นาย หวู ห่ง นาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม และหัวหน้าคณะกรรมการแห่งชาติเวียดนามว่าด้วยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นายตะ เงียน หง็อก อธิบดีกรมการวิจัยคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นายเหวียน ตัดถั่น เอกอัคราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ นำกรรมการสมาคมชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม นำโดย นายธนวินท์ พานแก้วชูวงศ์ เลขาธิการสมาคมเวียดนามประจำประเทศไทย นายสุนทร จงประกอบแก้ว นายกสมาคมเวียดนามจังหวัดขอนแก่น ฯลฯ เดินทางมาวางพวงมาลาและถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รถเคลื่อนที่ของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งจอดอยู่ริมรั้วด้านหน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ มูลนิธิฯ ได้ทอดไก่หมักทรงเครื่องประทาน สูตรพิเศษจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะองค์นายกกิติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ด้วยทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันสุดท้าย

โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมไก่ทอด จำนวน 1,350 กิโลกรัม และข้าวเหนียว จำนวน 500 กิโลกรัม ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯ จะนำรถเคลื่อนที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยทางภาคใต้ โดยทางมูลนิธิฯ มีรถเคลื่อนที่ 2 คัน คันใหญ่ได้นำไปช่วยเหลือประชาชนที่ บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจะนำรถคันเล็กที่ใช้ทอดไก่แจกจ่ายประชาชนไปร่วมช่วยเหลือต่อไป ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทยจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ในการบรรจุถุงยังชีพเพื่อช่วยพี่น้องชาวใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยด้วย

ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

โดยแบ่งเป็นมื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวเหนียวหมูปิ้ง 1,500 ชุด กาแฟสด 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ประกอบด้วย บะหมี่หมูแดงผักรวม 1,000 จาน ข้าวผัดน้ำพริกหนุ่มไก่ทอดเชียงฮาย 1,000 จาน ข้าวราดฉู่ฉี่หมูนุ่ม 1,000 จาน ผัดฉ่า ไก่ยอ ราดข้าว 1,000 จาน ผัดเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย 1,000 จาน ข้าวไก่อบซอส 2,000 จาน

มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ซาลาเปา 1,000 ลูก เฉาก๊วย 1,000 ถุง มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ผัดหมี่ฮ่องกง 3,000 จาน ข้าวหมูทอด 3,000 จาน พร้อมมีน้ำดื่มสมุนไพร 700 ลิตร และน้ำดื่มให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ชนเผ่าคะฉิ่น สำนึกพระมหากรุณาธิคุณ'ในหลวงร.9' ทรงช่วยเหลือ-สร้างความเสมอภาคในสังคม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง