Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 12 ส.ค. 2563

ทูต52ประเทศร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน

19 ม.ค. 2560 - 15:05 น.

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 98 ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล เป็นวันที่ 44

อ่านข่าว หมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน)

เวลา 07.00 น. ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ แล้วกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ จุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ก่อนถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารและวัดมหาธาตุยุวราษรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระพระอภิธรรมตั้งแต่ค่ำวันที่ 18 ม.ค.

ในการนี้ สมาคมพยาบาลทหารบก, สมาคมศิษย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ, สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลศิริราช ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย), สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมาคมโรงพยาบาลเอกชน, สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย, สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ

เวลา 10.30 น. นพ.ขจิต ชูปัญญา รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และพระสงฆ์ 10 ที่สวดพระพุทธมนต์และถวายพระธรรมเทศนา จากวัดราชาธิวาส วัดบวรนิเวศวิหาร วัดต้นธงชัย จ.ลำปาง วัดยานนาวา วัดเทพลีลา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย วัดพระธาตุจอมศีล จ.พะเยา วัดทองศาลางาม และวัดชัยศรี จ.ขอนแก่น โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย, สภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ, สมาคมลูกกตัญญูแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

มนุษยสัมพันธ์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย, สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน กรุงเทพมหานคร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และกลุ่มโรงเรียนร่มเกล้า (ในโครงการตามพระราชดำริ), สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมาคมภริยาข้าราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, สมาคมภริยาแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ในการนี้ เจ้าพนักงานได้นิมนต์ พระธรรมกิตติเมธ วัดวัดราชาธิวาส มาแสดงธรรมเทศนา เรื่อง “สันตธรรมกถา” ในพระราชพิธีด้วย

นางทองมา ร่วมทรัพย์ อายุ 55 ปี และครอบครัว

วันเดียวกัน สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 18 ม.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 01.00 น. ของวันที่ 19 ม.ค. จากกำหนดเดิมในเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอคิวกราบพระบรมศพ ในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 57,361 คน รวม 79 วัน มี 3,493,764 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,240,368.75 บาท รวม 79 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 288,980,080.29 บาท

นางจินดา เมืองสุวรรณ วัย 53 ปี และเพื่อน

สำนักพระราชวังแจ้งด้วยว่า ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 20 ม.ค. จะมีคณะทูตานุทูต กงสุล ตลอดจนองค์การระหว่างประเทศประจำประเทศไทย และคู่สมรส เดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในเวลา 17.00 น. รวมทั้งหมด 137 คน ประกอบไปด้วย เอกอัคราชทูตและคู่สมรส 52 ประเทศ จำนวน 77 คน อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร นครรัฐวาติกัน ราชอาณาจักรสเปน สาธารณรัฐออสเตรีย เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ญี่ปุ่น สหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี สำนักงานผู้แทนสหภาพยุโรป เป็นต้น

น.ส.มีนา เติมอาหลี อายุ 45 ปี พสกนิกร จ.สงขลา

อุปทูตและคู่สมรส 11 ประเทศ จำนวน 13 คน อาทิ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ รัฐสุลต่านโอมาน รัฐบาห์เรน สาธารณรัฐอิตาลี เป็นต้น กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์และคู่สมรส 13 ประเทศ จำนวน 21 คน อาทิ สาธารณรัฐเอสโตเนีย สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐแกมเบีย สาธารณรัฐฮอนดูรัส เป็นต้น กงสุลกิตติมศักดิ์และคู่สมรส 17 ประเทศ จำนวน 29 คน อาทิ สาธารณรัฐแอลแบเนีย สาธารณรัฐเบลารุส สาธารณรัฐบัลแกเรีย สาธารณรัฐโครเอเชีย สาธารณรัฐคองโกสาธารณรัฐอาหรับซีเรีย เป็นต้น ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติและคู่สมรส จากองค์การ WHOจำนวน 1 คน

นายสัมเภา ลัทธิ อายุ 63 ปี เกษตรกร จากจ.บุรีรัมย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศจำนวนมาก เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง โดยต่างสวมชุดไว้ทุกข์สุภาพเรียบร้อย และเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบตั้งแต่เช้ามืด โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่เวลา 04.45 น. ทั้งนี้ พสกนิกรที่มากราบสักการะพระบรมศพทุกคนจะได้รับแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พิมพ์ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

นายสัมเภา ลัทธิ อายุ 63 ปี อาชีพเกษตรกร พสกนิกรจาก อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 เพราะอยากมาถ้ามีโอกาส เป็นความรู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก ที่ผ่านมาพระองค์ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรชาวไทย เคยเสด็จฯ เยี่ยมเยียน ในทุกแห่งแม้กระทั่งพื้นที่ที่พวกเราอยู่ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนในหลวง ร.9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงพระบรมศานุวงศ์ก็ได้เสด็จฯ ไปทรงช่วยเหลือให้พสกนิกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้

“ตนทำนา ทำไร่ มีอาชีพเป็นเกษตรกรที่ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของในหลวง ร.9 วันนี้รู้สึกมีบุญที่ได้เข้ากราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพราะเราเป็นชาวบ้านคงไม่ได้มีโอกาสเข้าไปบนพระที่นั่งบ่อยนัก ซึ่งตนเคยมากราบพระบรมศพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมา จากวันนั้นไม่เคยมากรุงเทพฯอีกเลยจนกระทั่งโอกาสนี้ ทั้งนี้ ยังได้รับข้าวเปลือกพระราชทาน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่มีการแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มากราบสักการะ ก็รู้สึกดีใจมากเพราะตนตั้งใจจะนำไปบูชา เพื่อรอวันที่ลงนาจะนำข้าวเปลือกพระราชทานมาลงนาด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเอง” นายสัมเภา กล่าวด้วยความตื้นตัน

นางทองมา ร่วมทรัพย์ อายุ 55 ปี อาชีพเกษตรกร อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า ชวนญาติพี่น้องพร้อมหลานๆ รวม 9 ชีวิตนั่งรถไฟฟรีจากบ้านตอน 2 ทุ่ม มาถึงกรุงเทพฯ เวลา 6 โมงเช้า เป็นความตื้นตันใจของครอบครัว ทั้งชีวิตก็ทำงานมาตลอดไม่เคยเฝ้าฯ รับเสด็จ หรือมาพระบรมมหาราชวังเลยสักครั้ง เมื่อได้มากราบในหลวงรัชกาลที่ 9 ใกล้ๆ และได้ชมความงดงามของพระบรมหาราชวังเป็นครั้งแรกก็รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก

“ตัวเองมีอาชีพเกษตรกร ทำนาปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ข้าวพอเพียงพระราชทานที่ได้รับวันนี้ตั้งใจจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกจะเก็บไว้บูชาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน อีกส่วนตั้งใจจะนำไปหว่านในแปลงนาของตนเอง ชาวนาอย่างเรายึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ประหยัดอดออม รวมทั้งตั้งใจทำงานด้วยความอดทน” นางทองมา กล่าว

นางจินดา เมืองสุวรรณ พนักงานบริษัทเอกชน วัย 53 ปี เดินทางมาโดยรถตู้ จากนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี กล่าวว่า ตัวเองเดินทางมาเป็นครั้งที่ 2 ขณะที่เพื่อนร่วมงานบางคนเพิ่งมีโอกาสมาเป็นครั้ง แม้จะได้ขึ้นไปกราบด้านบนพระที่นั่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก เนื่องจากคนเดินทางมากันมากแต่ก็รู้สึกดีใจที่มีได้มา ปลื้มปีติที่ได้เกิดเป็นคนไทย เป็นลูกของพระองค์ท่าน

พระองค์ท่านเปรียบเสมือนพ่อที่ดูแลลูกๆ ดูแลประชาชนทั้งประเทศให้อยู่เย็น ตรงไหนเดือดร้อนพระองค์ท่านก็ลงไปหาไปช่วยแก้ไข พระองค์ทรงงานหนักก็เพื่อคนไทยจริงๆ เราในฐานะพสกนิกรที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจึงขอน้อมนำพระองค์ท่านเป็นต้นแบบ เรื่องที่จำได้ขึ้นใจก็อย่างที่พระองค์ท่านทรงรีดหลอดยาสีฟันจนหมดเกลี้ยง ซึ่งตอนนี้ก็ทำตาม อีกเรื่องที่ทำตามคำสอนอย่างเคร่งครัดคือ เมื่อคิดแล้วต้องลงมือทำทันที ค่อยๆ ทำไปทุกอย่างก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างแน่นอน

น.ส.มีนา เติมอาหลี อายุ 45 ปี พสกนิกรจาก ต.คลองอุ่นตะเภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเดินทางกับชาวบ้านในตำบล จำนวน 180 คน โดยออกจากสงขลาเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 17 ม.ค. พักค้างคืน 1 คืน แล้วจึงมาต่อแถวเข้าคิวตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเมื่อเช้า ซึ่งความรู้สึกก้าวแรกที่ได้เข้าไปกราบสักการะก็รู้สึกดีใจจนไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดใดได้ เป็นครั้งแรก ต่างจากที่คิดภาพไว้มาก น้ำตาเกือบไหลออกมา เมื่ออยู่ใกล้พ่อหลวงแล้วก็ไม่อยากลงจากพระที่นั่งเลย เพราะรู้สึกรักพระองค์มาก

“เราเกิดในรัชสมัยของพระองค์ ตลอดชีวิตก็ได้เห็นพระองค์ทรงงานหนักเพื่อชีวิตที่ดีของเราเสมอมา ยิ่งเราเป็นชาวมุสลิมยิ่งรักมาก เพราะมองไปยังชาติอื่นๆ แตกต่างศาสนากันบางทีก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อย่างดีแบบเรา แต่กับประเทศไทยเรารักกัน พระองค์พระราชทานที่ดินทำกินให้ชาวมุสลิมที่นราธิวาส พระราชทานคำสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงต่างๆ ทำให้เรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุข” น.ส.มีนา เผย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 11.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงพระกรุณาให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง นำริบบิ้นโบสีดำประทาน ติดป้ายสีขาวข้อความ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ จำนวน 10,000 ชิ้น มาแจกให้แก่ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ บริเวณประตูสรีสุนทร ในพระบรมมหาราชวัง สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรที่ได้รับริบบิ้นโบประทานเป็นอย่างยิ่ง

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ทูต52ประเทศร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง