เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนายเดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 10 ในคดีโครงการรับจำนำข้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

โดยมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เป็นต้น ร่วมให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครอง กรณีชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวว่า ได้ยื่นไปแล้ว ส่วยรายละเอียดคงต้องรอก่อน ตนจะชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง เพราะขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการยื่น

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้าความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ว่า ในเรื่องปรองดองนั้นส่วนตัวพร้อมให้การสนับสนุนทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ที่สำคัญคือหลักของการปรองดอง ต้องยึดหลักของความเป็นกลาง เป็นธรรม และเป็นไปตามกฎหมาย หรือหลักนิติธรรมที่เป็นสากล ทั้งนี้ ต้องทำทุกอย่างให้เป็นธรรมกับทุกคน แล้วทุกอย่างจะสงบสุข และก้าวข้ามต่อไปได้

เมื่อถามว่า โครงสร้างของคณะกรรมการมีแต่ทหารเข้ามาซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นคู่ขัดแย้ง อดีตนายกฯ กล่าวว่า หวังว่าในกลไกนี้ทางฝ่ายภาครัฐ หรือฝ่ายทหารเองจะทำตัวเป็นผู้ประสานงาน หากเป็นไปได้ก็อยากให้เชิญผู้ที่มีความเป็นกลาง โดยเฉพาะนักวิชาการ หรือผู้ที่สังคมให้การยอมรับเข้ามาแลกเปลี่ยนให้ความรู้ เพื่อให้เกิดการยอมรับ เรื่องนี้ทุกคนควรให้การสนับสนุน ถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เชื่อว่าไม่มีใครที่จะมาปฏิเสธหรือขัดขวาง

เมื่อถามว่า ปัญหาเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย เป็นเงื่อนไขหรืออุปสรรคในการสร้างความปรองดองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราต้องอย่ามองที่ปลายทาง อยากให้มองตั้งแต่ต้นทางก่อนว่า นิยามคำว่าปรองดองต้องเป็นนิยามที่ทุกคนยอมรับ และเป็นนิยามที่ทุกคนรู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรม เป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติกับทุกฝ่าย เมื่อได้นิยามตรงนี้แล้วค่อยไปดูว่าขั้นตอนต่างๆ จะต้องดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามว่า มองอย่างไรหากการปรองทำให้โรดแมปต้องขยับออกไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงจะเร็วไปที่จะพูดคำนี้ เพราะว่าจริงๆ แล้วหลายอย่างก็ทำควบคู่กันไปได้ แต่อย่างน้อยขอให้มี จุดสตาร์ทหรือจุดเริ่มต้นที่ดี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน