เปิดคลิปนาทีสยอง ด.ต.ลั่นไกยิงหัวหนุ่มฝรั่งเศส ปมต่อยแพ้-แย่งแฟนสาว

เปิดคลิปนาทีสยอง ด.ต.ลั่นไกยิงหนุ่มฝรั่งเศสดับกลางกรุง ปมหึงหวงแฟนสาว ก่อนทะเลาะชกต่อยกัน แต่สู้ไม่ได้ เลยไปหยิบปืนมาจ่อยิง 2 นัด คิดว่าไม่ตาย ก่อนกลับไปนอนที่แฟลตก่อนมีตร.มาจับกุม ผบชน.สั่งให้ออกจากราชการทันที

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ร.ต.อ.ภาสกร กันจู รองสว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวต่างชาติ ทำให้มีผู้เสียชีวิต บริเวณอาคารเดอะเทรนดี้ เลขที่10 ซอยสุขุมวิท13 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พร้อมพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พลูสวัสดิ์ รองผบก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนบช.น. สน.ลุมพินี แพทย์เวรรพ.จุฬา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารดังกล่าว หน้าร้านดังกิ้นโดนัท พบศพชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังนายมาริค จาเมล ไอ คากิ อายุ 41 ปี สัญชาติฝรั่งเศส นอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีเลือดหมู มีบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุปอด ตัดขั้วหัวใจ สะโพกขวา 1 นัด และในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 2 ปลอก

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายและคนร้าย ซึ่งรู้จักกันมาก่อนได้เกือบ 1 ปี โดยผู้ตายมักเดินทางไปกลับไทย-ฝรั่งเศสอยู่หลายครั้ง โดยทั้งคู่นั่งดื่มกินภายในร้านดังกล่าว หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มมีอาการเมาสุรา ก่อนจะมีปากเสียงกัน เนื่องจากผู้ตายหึงหวงแฟนสาว ที่ไปพูดคุยกับด.ต.กันตพงษ์ จนกระทั่งชกต่อยกัน แต่คนร้ายสู้ไม่ได้ จึงนำอาวุธปืนออกมายิงขู่ ก่อนตามมายิงที่อาคารดังกล่าวอีก

สอบสวนน.ส.จวัญจิรา นุทธไกร อายุ 32 ปี เพื่อนของผู้ตายให้การว่า ตนและผู้ตายไปนั่งดื่มกินที่ร้าน “ลักกี้ ช็อต” ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท11/1 ก่อนจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนร้าย และได้ท้าชกต่อยกันภายในร้าน แต่คนร้ายสู้ไม่ได้ จึงได้แยกย้ายกัน ต่อมาระหว่างที่ผู้ตายกลับมายังห้องพักภายในตึกดังกล่าว คนร้ายตามมาทันบริเวณหน้าร้านดันกิ้นโดนัท ก่อนใช้ปืนที่เตรียมมายิงผู้ตายเสียชีวิต และหลบหนีไป

พล.ต.ท.สุรเชฐษ์ เปิดเผย เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วคือ ด.ต.กันตพงษ์ ฮวดศรี อายุ 49 ปีผบ.หมู่ป.สน.ลุมพินี โดยล่าสุดเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพีนีแล้ว และรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุลงมือยิงผู้ตาย

ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวโดยผู้ต้องหาอ้างว่าหึงหวงผู้หญิง และได้ชกต่อยกัน แต่สู้ไม่ได้ จึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย โดยด.ต.คนดังกล่าวเคยมีคดีใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิตมาก่อนเมื่อ 6 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างนำตัวไปสวนสอบอย่างละเอียดอีกครั้งยืนยันว่าจะไม่ปกป้องตำรวจที่ทำความผิด และในช่วงบ่ายตนเองต้องเดินทางเข้าชี้แจงต่อสถานทูตฝรั่งเศสถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยเกิดจากบันดาลโทสะ ซึ่งจากนั้นจึงได้ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ตามขั้นตอนของการดำเนินคดีจะต้องทำตามระเบียบซึ่งด.ต.คนดังกล่าวได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการ และจะต้องดำเนินความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยตนได้สั่งการให้พล.ต.ต.มงคล ประสานกับทางสถานฑูตและรายงานเหตุการณ์ให้ทางสถานทูตเป็นระยะ

ในส่วนคดีเก่าเมื่อปี 2555 กรณี ด.ต.กันตพงษ์ ได้มีการยิงคนขับแท็กซี่เสียชีวิตนั้น ได้รับรายงานว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่และป้องกันตัวเนื่องจากรถแท็กซี่คันดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ขับรถพยามจะชนด.ต.กันตพงษ์ จึงได้มีการยิงสกัดเพื่อป้องกันตัว จากนั้นต้นสังกัดได้มีการตั้งกรรมการสอบสวนแจ้งข้อหาไป จนสิ้นสุดกระบวนการไปแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.กันตพงษ์ เดินทางไปที่ร้านอาหารดังกล่าวตามปกติ ระหว่างนั้นมีหญิงไทยเป็นแฟนของผู้ตาย เดินมาปรึกษากับ ด.ต.กันตพงษ์ เรื่องจะขอเลิกกับผู้ตาย เนื่องจากทนพฤติกรรมความเจ้าชู้ของผู้ตายไม่ไหว และจับได้ว่ามีผู้หญิงคนใหม่

ระหว่างนั้นผู้ตายที่นั่งอยู่ในร้านเห็นจึงลุกจากโต๊ะโดยยังมีหญิงสาวอีกคนอยู่ด้วย ก่อนที่ผู้ตายจะเข้ามาคุยและเข้าใจผิดว่า เหตุผลที่หญิงไทยคนแรกเลิกกับผู้ตาย เพราะมีใจให้ด.ต.กันตพงษ์ จึงเกิดความหึงหวงและทะเลาะชกต่อยกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ด้วยความที่ ด.ต.กันตพงษ์ อายุมากและรูปร่างเล็กกว่าจึงสู้ไม่ไหว ก่อนจะที่เอาปืนที่ฝากไว้กับทางร้าน มายิงขู่ผู้ตาย 5 นัด แต่ผู้ตายก็ยังท้าทายและวิ่งหนีไป ด.ต.กันตพงษ์จึงตามไประหว่างนั้น มีชาวบ้านรู้จักกับด.ต.กันตพงษ์ คิดว่าติดตามจับคนร้ายจึงพาซ้อนท้ายรถจยย. จนไปถึงอาคารที่เกิดเหตุ เมื่อผู้ตายเห็นจึงพยายามวิ่งเข้ามา จึงยิงขู่ขึ้นฟ้า 1 นัด แต่ผู้ตายยังวิ่งเข้ามาอีก จึงยิงไป 2 นัด จนผู้ตายล้มลงนอนที่พื้นซึ่งไม่คิดว่าเสียชีวิต

จากนั้นจึงกลับมานอนพักที่แฟลตตำรวจส่วนกลางใน สน.ลุมพินี กระทั่งมีฝ่ายสืบสวนติดตามมาจับกุม พร้อมยึดของกลางเป็นปืนออโตเมติก 1 กระบอก และกระสุน 1 นัดค้างในรังเพลิง จึงยึดไว้เป็นของกลาง

 

บทความก่อนหน้านี้‘มาร์ค’เหน็บ‘แม้ว’ชงแก้รธน.ยกฉบับ หวังใช้หาเสียง หวั่นเกิดขัดแย้ง-เผชิญหน้า
บทความถัดไปจากคดี จับโจ๋พกยาบ้า 1 เม็ด ตร.จอมทอง ต่องานจับเพิ่ม 5 หมื่นเม็ด