วธ.ถก “เอ็มวีทศกัณฐ์” หลังกระแสวิจารณ์แรง ชี้แม้เป็นการประยุกต์ให้ร่วมสมัย แต่ก็ไม่เหมาะสม เพราะบทบาททศกัณฐ์เป็นราชายักษ์ ระบุให้ปรับแก้ 4 ฉากหยอดขนมครก ขี่โกคาร์ต ขี่บานาน่าโบ๊ต และขี่ม้าบนชายหาด เผยเป็นเอ็มวีที่ดี น่าสนใจ “สบศ.” แจงโขนเป็นการแสดงชั้นสูง แต่ในฉากกลับมีการแสดงโขนน้อยมาก ระบุแค่อากัปกิริยามนุษย์สวมเครื่องโขนเท่านั้น ด้านอาจารย์เฉลิมชัยเผยเอ็มวีไม่ได้เกินเลย ชี้เป็นการพัฒนาการงานศิลปะของชาติไปสู่ความเป็นศิลปะร่วมสมัย

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 19 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดวธ. เปิดเผยผลการประชุมบทบาทของตัวละครวรรณคดีในสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ กรณีเอ็มวี “เที่ยวไทยมีเฮ” ที่ใช้ทศกัณฐ์ตัวละครเอกในวรรณคดีไทยเรื่องรามเกียรติ์ มาแสดงประกอบการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ ร่วมกับเหล่าลูกสมุนคือเสนายักษ์และเขนยักษ์ ว่าได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรม ส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) สำนักการสังคีต กรมศิลปากร (ศก.) และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) ซึ่งส่วนตัวมองว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์เอ็มวีดังกล่าว เป็นบทเรียนที่ดีแก่ ผู้ประกอบการ รวมถึงกระทรวงต่างๆ ได้ทราบว่าหากจะผลิตสื่อเกี่ยวกับวัฒนธรรมควรดำเนินการอย่างไรได้บ้าง และต้องไปปรึกษาใคร นอกจากนี้กระแสดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนหันมาสนใจเรื่องเที่ยวไทยมากขึ้น

“ฉาก ที่ลงความเห็นว่าควรปรับแก้ ประกอบด้วยฉากทศกัณฐ์หยอดขนมครก ขี่โกคาร์ต ขี่บานาน่าโบ๊ต และขี่ม้าบนชายหาด ซึ่งผู้รู้มองว่าทศกัณฐ์ขี่ช้างได้เท่านั้น และแม้จะเป็นการประยุกต์ให้ร่วมสมัย แต่ก็ยังไม่เหมาะสม โดยขอให้ปรับปรุงแก้ไขโดยเร็ว ส่วนตัวตนมองว่าเป็นเอ็มวีที่ผลิตออกมา ดีมาก มีเทคนิคที่สร้างสรรค์และมีเนื้อหา ที่น่าสนใจ ประชาชนที่ได้ดูก็น่าจะมีความเพลิดเพลินเช่นเดียวกัน ส่วนผู้ผลิตเท่าที่ทราบก็ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่” นายอภินันท์กล่าว

ด้าน นายธีรภัทร์ ทองนิ่ม ผู้ช่วยอธิการบดี สบศ. กล่าวว่า โขนเป็นมรดกชาติและเป็นศิลปะชั้นสูง มีจารีตมีขนบธรรมเนียมในการแสดง แต่ในเอ็มวีความยาวกว่า 4 นาที กลับมีฉากที่เป็นการแสดงโขนจริงๆ น้อยมาก เกือบทั้งหมดเป็นอากัปกิริยาของมนุษย์ที่ใส่เครื่องแต่งกายโขนเท่านั้น และเพื่อความกระจ่างในเรื่องโขน ทางสถาบันได้เชิญศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง (นาฏศิลป์-โขน) พร้อมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมหารือเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านโขน ในวันที่ 23 ก.ย. เวลา 13.00 น. ที่ สบศ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เอ็มวีดังกล่าวออกมา วธ.โดยสวธ.ได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันด้านนาฏศิลป์ บริษัทแคมเปญสื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมทั้งนักวิชาการจาก สวธ. จำนวน 30 คน เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ที่อยู่ในวงการโขนมองว่าเอ็มวีดังกล่าวมีความตั้งใจที่จะนำการแสดง ชั้นสูงของไทย เช่น การตั้งท่าโขน มานำเสนอ และมีความเหมาะสมเนื่องจากยังคงซึ่งบุคลิกของโขนไว้ เพียงแต่เมื่อนำมาใช้โดยเอาลักษณะทั้งแบบนาฏกรรมและแบบเรียลลิสติก (realistic) มาผสมกัน เช่น ฉากทศกัณฐ์ขี่บานาน่าโบ๊ต ไม่เหมาะสมกับบทบาทของทศกัณฐ์ซึ่งเป็นราชาของยักษ์ แต่ก็สามารถนำมาปรับแบบการนำเสนอให้เหมาะสมสวยงามได้ ซึ่งมติ ในที่ประชุมได้ให้ผู้ผลิตนำไปปรับแก้ให้เหมาะสมต่อไป

วัน เดียวกัน ผศ.ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาเอเชียใต้ ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ความรู้ เกี่ยวกับรามเกียรติ์ ลงในเพจเฟซบุ๊ก “ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” โดยระบุว่า “มีดราม่าอีกแล้ว จากเรื่อง “โขน” มาถึงเรื่อง “ทศกัณฐ์” ในสื่อที่กำลังเป็นประเด็นร้อน สาขาวิชาของเราไม่อาจเอื้อมไปตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก ขอให้เป็นเรื่องอภิปรายกันในสังคมไทยของผู้รู้นักวิชาการด้านนาฏศิลป์ วัฒนธรรมและคนในสังคมเอง ข้างหนึ่งก็หัวอกผู้ “อนุรักษ์” อีกข้างก็หัวอกผู้ “รัก” ที่ชื่นชมและอยากให้ตัวละคอนโขนมีชีวิต โลดเล่นในสื่อร่วมสมัย ท่านผู้อ่านจะนิยมอย่างไรก็สุดแต่ใจตนเถิด”

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า change.org เว็บไซต์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมียอดผู้ใช้ทั่วโลก 161,023,297 คน ได้เปิดรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุน “คนไทยไม่เห็นด้วยกับนางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย ประเด็นเรื่อง MV? เที่ยวไทยมีเฮ?” ให้ได้ 50,000 รายชื่อ เพื่อยื่นต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจนถึงเวลา 15.00 น. มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนแล้ว จำนวน 50,000 คน

วันเดียวกัน ที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชื่อดัง กล่าวถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแสดังกล่าวว่า ปัญหาเรื่องของเก่าและใหม่หรือนักอนุรักษ์กับนักสร้างสรรค์เป็นปัญหาใหญ่ของ โลกไม่เฉพาะประเทศไทย โดยเฉพาะการจะเปลี่ยนแปลงจากโบราณที่ดีไปสู่สิ่งใหม่ที่ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ ดี อย่างกรณีครูบาอาจารย์โขนแสดงนั้นยิ่งจะถือว่าตัวเองมีครูบาอาจารย์ มีความขลัง มีอุดมคติ มีจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ ต้องอยู่ในโรงละคร อยู่ในที่อันเหมาะสมและมีความอลังการ ทำให้ตนเห็นว่าถ้าเราจะมีการเปลี่ยนพัฒนาเพื่อจะนำไปสู่สิ่งใหม่ที่เป็นผลดี ต่อประเทศไทย

“ต้องยอมรับว่าพวกเราต่างไม่รู้ศิลปะ ดื้อดึงด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย โดยคนอนุรักษ์ที่จะเอาแต่อนุรักษ์ แล้วอย่างนี้จะพัฒนาได้อย่างไร ส่วนคนรุ่นใหม่จะทำสิ่งใดก็ต้องระวังอย่าเกินเลย แต่กรณีของทศกัณฐ์นี้ ผมเห็นว่าไม่เกินเลย โดยถือว่าเป็นการพัฒนาการงานศิลปะของชาติไปสู่ความเป็นศิลปะร่วมสมัย เป็นของใหม่อาจดูสนุกสนาน แต่อาจไม่ถูกใจคนรุ่นเก่า เพราะทศกัณฐ์ไม่ใช่ของเล่น แต่มีอุดมคติ ทรงพลังอำนาจอยู่ในโรงละคร งดงาม” อาจารย์เฉลิมชัยกล่าว

อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ตนยืนยันว่าพวกเรายังคงรักศิลปะอนุรักษ์อยู่และต้องร่วมกันอนุรักษ์ต่อไป แต่คนรุ่นเก่าก็ควรยินดีกับของใหม่ด้วยเช่นกัน เพื่อจะได้ร่วมกันพัฒนาชาติไปสู่ความเป็นสากล เพราะที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าปัญหาใหญ่ที่เกิดมาคู่กับนาฏศิลป์โดยเฉพาะโขน ที่คนอนุรักษนิยมหวงแหนคือปัญหาในเรื่องจิตรกรรม โดยรุ่นของตนนั้นจะสอนกันให้เขียนรูปโบราณเท่านั้น พวกเราจึงไม่สามารถแหกคอกออกไปจากอาจารย์ได้ ด้วยเหตุนี้ตนจึงได้หันมาพัฒนาศิลปะของชาติไปสู่ความเป็นสากล ซึ่งเดิมก็เคยถูกต่อต้านมานานเหมือนลักษณะนาฏศิลป์เช่นกัน แต่สุดท้ายปรากฏว่าได้รับการยอมรับไปสู่ซีกโลกอื่น

อาจารย์ เฉลิมชัยกล่าวต่ออีกว่า ทศกัณฐ์ในเอ็มวีนี้ก็อยู่ในสถานที่ที่ดีไม่ใช่ไปอยู่ในที่ อโคจรหรือไปถ่ายกับภาพโป๊ จะขี่จักรยานบ้างก็ไม่เป็นไรไม่ใช่ขี่ม้าอย่างเดียว เพราะทำให้คนรุ่นใหม่สนใจ เยาวชนสนใจ นักท่องเที่ยวก็หันมาสนใจด้วย ซึ่งผมว่าเป็นผลดีเสียอีกหรือแม้แต่การที่คนออกมามีความเห็นขัดแย้งกันเช่น นี้ผมก็ว่าดีเพราะทำให้สังคมมีความสนใจติดตาม ผมจึงขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายอย่าได้ทะเลาะกันเลย หันหน้าเข้าหากันพัฒนาชาติ เพราะเรื่องนี้เคยเป็นปัญหามากว่า 40 ปีในยุคของผมแล้ว และเราได้ผ่านพ้นมันมาแล้วจึงขอให้มาสู่สิ่งดีๆ ดีกว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน