อัจฉริยะ ท้าชน! ทนายตั้ม จัดหนัก "ดิสเครดิต-ฟอกตัว" ยันไม่ได้สร้างหลักฐานเท็จ

9 ม.ค. 2562 - 14:30 น.

อัจริยะ เดือด! ท้าชน ทนายตั้ม ซัดต้องการดิสเครดิตที่ถูกร้องล้มคดี “เอมี่” และเรียกรับเงินสองผัวเมียส่งออกอาหารทะเล จี้! แจง 5 เรื่องให้สังคมทราบ เผย 14 ม.ค.นี้ เตรียมไปสภ.บางปะอิน ร้องตั้งกก.สอบเอาผิดคนเผยแพร่เอกสาร

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รองผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน พร้อมด้วย นายเศรษฐ์ เดชสุภา อายุ 37 ปี และ น.ส.รักชนก เจริญมากสุข อายุ 42 ปี สองสามีภรรยาแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองและพวก ในข้อหา สมคบกันทำหลักฐานเท็จ และปลอมแปลงเอกสารราชการ

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้มาพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีกับตนหรือไม่ หากมีการแจ้งข้อหาก็จะมารับทราบข้อกล่าวหาและมอบตัวเพื่อต่อสู้คดี ทั้งนี้ ยืนยันว่าในวันที่ 28 พ.ย. 2561 ตนไป สภ.บางประอิน จริง มีการลงบันทึกประจำวันถูกต้องตามกฎหมายจริง

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า และขอยืนยันไม่ได้ปลอมเอกสาร เพราะบันทึกประจำวันเป็นเอกสารของตำรวจ ตนไม่สามารถเข้าไปปลอมได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน ได้เรียกตนไปสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2561 และออกหมายเลขคดี 774/661 เป็นเอกสารที่ผ่าน ผกก.สภ.บางประอิน ผ่านขั้นตอนตามกฎหมาย สามารถไปตรวจสอบได้ที่ สภ.บางประอิน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่ เพิ่มเพื่อน

“คดีนี้เห็นได้ชัดว่าการที่ นายษิทรา มาแจ้งความดำเนินคดีกับผมที่กองปราบปรามนั้น ก็เพื่อฟอกตัวเองให้ขาวและยังอ้างว่า รอง ผกก.สืบสวน ไม่มีอำนาจลงบันทึกประจำวันนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นเรื่องจริง สามารถไปตรวจสอบได้ หรือไม่ก็ถามตำรวจที่กองปราบปรามได้ว่า ทางฝ่ายสืบสวนมีอำนาจหรือไม่ มันไม่มีกฎหมายห้าม ที่สำคัญทนายตั้มรู้ได้อย่างไรว่าวันที่ 28 พ.ย. ตนไม่ได้ไป สภ.บางประอิน” นายอัจฉริยะ กล่าว

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เรามีหลักฐานว่าเอกสารที่ นายษิทราได้มาโดยมิชอบโดยกฎหมาย เพราะตัวเขาเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ไม่ได้เป็นคู่ความในคดี เพราะฉะนั้นไม่สามารถขอเอกสารจากพนักงานสอบสวนได้ และหากได้มาจริงถือว่ามีความผิดทางกฎหมายเหมือนเป็นการลักขโมยหลักฐาน ทำอย่างนี้คือการใช้สื่อมวลชนเป็นเครื่องมือเพื่อให้ตัวเองบริสุทธิ์ ทำลายความน่าเชื่อถือในการทำงานของตน

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนจะเดินทางไปที่สภ.บางปะอิน ในวันที่ 14 ม.ค.นี้เพื่อร้องเรียนให้ ผกก.สภ.บางปะอิน ตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดกับคนที่นำเอกสารมาเผยแพร่ เพราะเท่าที่สังเกตเห็นพบว่าในเอกสารที่นายษิทรานำมาให้กองปราบปรามนั้นไม่มีลายเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องของพนักงานสอบสวน

นายอัจฉริยะ กล่าวด้วยว่า คดีนี้ทาง บก.ปอท.ได้มีการสืบสวนต่อ แต่นายษิทราไม่ทราบเรื่อง และประเด็นที่บอกว่าตนไปขอคัดทะเบียนราษฎรนั้น ทางนั้นทราบได้อย่างไรว่าตนเป็นคนไปขอคัด มันเป็นเรื่องของตำรวจที่ต้องชี้แจง คดีนี้ยังต้องมีการต่อสู้กันในชั้นศาลต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตลอดเวลาที่ทำงานในฐานะประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมา 7 ปี ไม่เคยคัดทะเบียนราษฎร ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้

“เรื่องนี้บางคนคิดว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัวนั้น ขอบอกไม่เป็นความจริง เพราะในคดี “เอมี่” อาเมเรีย จาคอป อดีตนางเอกดัง ทางตำรวจนครบาลมีการตรวจสอบแล้วว่ามีมูลจริง มีการเกี่ยวข้องกับการล้มคดี ทางนั้นต้องการล้างแค้นเพื่อดิสเครดิตและทำให้ผมเสื่อมเสียชื่อเสียง” นายอัจฉริยะ กล่าว

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเอาคืนกันไปมา ถ้าไม่ผิด เขาสามารถฟ้องร้องกลับตามกฎหมายได้อยู่แล้ว ก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องที่ขอให้เขามาชี้แจงให้สังคมรับทราบ 5 เรื่องจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการออกมาชี้แจงแม้แต่เรื่องเดียว หากเป็นเรื่องไม่จริงขอให้ออกมาชี้แจงต่อหน้าสื่อมวลชน ไม่ใช่มาทำลายกันอย่างนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อัจฉริยะ ท้าชน! ทนายตั้ม จัดหนัก "ดิสเครดิต-ฟอกตัว" ยันไม่ได้สร้างหลักฐานเท็จ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง