จากกรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์ขายรถยนต์ย่านเกษตร-นวมินทร์ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.59 ซึ่งตำรวจได้ลงตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือพบว่าหายไปบริเวณใต้ต่างระดับฉิมพลี หรือสวนสาธารณะร่มเกล้าชาวทาง ถนนบรมราชชนนีฝั่งขาเข้า แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบเป็นบึงน้ำ และพบรองเท้าหนังสีดำ ข้างขาว ยี่ห้อ DesGn เบอร์ 43 ที่คาดว่าเป็นรองเท้าของนายรัติภูมิ ก่อนให้ชุดประดาน้ำลงงมหาหลักฐานในบึง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว ระดมงมบึงพบชิ้นกระดูก ส่วนเมียเซลส์แมนเข้าพบตร.

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.00 น วันที่ 5 ก.พ. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผกก.สส.สน.ธรรมศาลา เดินทางไปติดตาม เจ้าหน้าที่ตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม ในพงหญ้าข้างทางภายในซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมศพ เขตทวีวัฒนา ซึ่งเป็นที่นายรัติภูมิ พิมใจใส เซลส์ขายรถยนต์ ที่หายตัวไป ที่ส่งโลเคชั่นไปหาเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยประสานอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เขตทวีวัฒนา อาสาสมัครร่วมกตัญญู เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาดเขตทวีวัฒนา ช่วยกันถางป่าหญ้าที่ขึ้นรกบางจุดในซอยดังกล่าว เพื่อหาหลักฐานโทรศัพท์มือถือของสาวคนสนิทนายรัติภูมิ

โดยประกาศให้รางวัลกับผู้พบโทรศัพท์ของสาวคนสนิท ที่อ้างว่านายรัติภูมินำไปด้วยแล้วทิ้งไป เป็นเงิน 40,000 บาท ทั้งนี้ พบว่า ภายในซอยบรมราชชนนี 78 แยก 15 มีกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครติดไว้ 3 ตัว จากการตรวจสอบพบว่าไม่สามารถตรวจย้อนดูได้ เนื่องจากจะบันทึกได้ในช่วงระยะเวลา 30 วัน ทางพ.ต.อ.นพศิลป์ จึงประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดบ้านนายทหารสังกัดกองทัพเรือที่อยู่บริเวณทางแยก 15 แทน

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า วันนี้ให้เจ้าหน้าที่เขามาเก็บรายละเอียดทั้งหมด แม้แต่ในส่วนของโทรศัพท์ของน.ส.มิ้ว แม้ใครจะคิดว่าไม่สำคัญ แต่ในโทรศัพท์ที่เชื่อว่าอาจจะมีข้อมูลสำคัญอยู่ในนั้นหรือเปล่า เพราะวันเกิดเหตุผู้สูญหายวิ่งมาในบริเวณนี้ และระบุโลเคชั่นอยู่ในบริเวณนี้ เราก็ไม่ละเลย โดยมีการมาตรวจค้นตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่การตรวจค้นครั้งเดียวคงไม่พอ ต้องค้นไปเรื่อยๆ ต้องพยายามหาหลักฐานให้ได้ เพื่อมาเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งในการตรวจสอบหาสาเหตุผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้เขาสูญหาย

ตอนนี้ยังให้ความสำคัญทุกประเด็น ยังไม่ตัดประเด็นไหนทิ้ง ซึ่งเรายังมีข้อสงสัยหลายอย่าง โดยให้ตรวสอบสถานที่ๆสูญหาย เราทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่ได้ละเลยเรื่องเหล่านี้ ตนเองลงมาให้กำลังใจน้องๆที่ทำงาน และเพื่อเป็นการผ่อนคลายที่ทำงานกันไม่หยุดหย่อน ซึ่งการทำงานเราก็ทำกันเหมือนทุกคดี ยังบอกไม่ได้ว่าผู้สูญหายยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว เพราะเรายังไม่มีพยานหลักฐานมาบ่งชี้ แต่หวังว่าจะมีชีวิตอยู่ ซึ่งในทางคุณพ่อเขาเองก็บอกว่า ลูกชายเขายังอยู่ ส่วนในเรื่องที่มีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง มันไปพาดพิงครอบครัวเขา ว่าไปพัวพันกับหญิงที่มีครอบครัว เราไม่สามารถพูดได้ เราต้องพิสูจน์ก่อน อย่าเพิ่งไปบ่งชี้ ในส่วนของภรรยาเขาเมื่อวานนี้ก็ให้การเป็นประโยชน์ในช่องทางที่เราจะสืบสวนต่อไป

“การหาหลักฐานทุกชิ้นเรามาทำซ้ำเพื่อความรอบคอบ การทำงานทำกันเป็นทีม วันนี้สั่งให้หาโทรศัพท์ให้ได้ หาให้เจอ รวมถึงหลักฐานอื่นๆ ใครที่พอจะมีหลักฐาน พอทราบเบาะแสผู้สูญหายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา ในขณะนี้กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่พยายามตรวจสอบอยู่บางที่บางแห่ง น่าจะมีอยู่บ้าง มีการเดินปูพรมหาหลักฐานตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางที่ผู้สูญหาย หามูลเหตุจูงใจอื่นๆ ที่โยงไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง” ผบช.น. กล่าว

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านว่า เคยพบเห็นผู้สูญหายมาก่อนหรือไม่ ก็ยังไม่มีข้อมูล ไม่มีใครพบเห็น ซึ่งจากการสอบถามน.ส.มิ้ว ก็บอกว่าผู้สูญหายมาเป็นครั้งแรก มาแล้วไม่ได้ปรากฎตัวให้ใครเห็น ซึ่งเราต้องตรวจสอบว่ามาแล้วมีมูลเหตุกับใครหรือไม่ เราตรวจสอบเส้นทางจุดแรกที่พบเขา ไปจนถึงจุดที่หายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานทุ่มเทอย่างเต็มที่ จะกัดไม่ปล่อยจะตามเรื่องนี้ให้คลี่คลายให้ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน