รู้ตัวแล้ว! 2ชายหื่นลวงเด็กหญิง 12ปี ข่มขืน ตึกร้างรามคำแหง ตร.จ่อออกหมายจับ

“บิ๊กแป๊ะ” สั่งตำรวจหัวหมาก เร่งสอบสวนหาตัว 2 ชายหื่น ลวงเด็กหญิงวัย 12 ปี ข่มขืน ที่ตึกร้างย่านรามคำแหง กำชับทำทุกอย่างรอบคอบ-ให้ความเป็นธรรม เผยรู้ตัวมือทำแล้ว จ่อออกหมายจับ

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณีคนร้ายข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 12 ปี บริเวณตึกร้างท้ายซอยรามคำแหง 81/4 ในพื้นที่ สน.หัวหมาก ว่าได้รับรายงานจากสน.หัวหมาก เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 23.50 น. ได้รับแจ้งเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 12 ปี โดยแม่ของผู้เสียหาย ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่ก่อเหตุ

โดยตามวันเวลาเกิดเหตุผู้แจ้งได้รับแจ้งจากเด็กหญิงซึ่งเป็นลูกสาว ว่าเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันเกิดเหตุ ได้มีชายชื่อ “บังนัท” (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) อายุประมาณ 40 ปี ได้มารับลูกสาวของตนไปที่ตึกร้างท้ายซอยรามคำแหง 81/4 จากนั้นได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิง จนกระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 23.00 น. เมื่อเด็กหญิงได้กลับมาที่บ้าน แม่ของผู้เสียหายได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงได้พาลูกสาวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่ก่อเหตุตามกฎหมายต่อไป อ่านข่าว : พบหลักฐานคาเตียง! 2ชายหื่น ลวงเด็กหญิง12ขวบ ข่มขืน ที่ตึกร้างย่านรามคำแหง

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และส่งตัวเด็กหญิงผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ และจะดำเนินการสอบสวนปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพ จากนั้นจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ อีกทั้งฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด แสวงหาข้อเท็จจริงพร้อมกับออกติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเพื่อจับกุมกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

คดีนี้คืบหน้าไปมาก ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปบ้างแล้ว รอผลตรวจร่างกายของเด็กหญิงผู้เสียหายจากแพทย์ และการสอบปากคำเด็กหญิงผู้เสียหายต่อหน้าสหวิชาชีพ โดยเบื้องต้นสามารถพิสูจน์ทราบถึงตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับคนร้ายที่ก่อเหตุ อีกทั้งฝ่ายสืบสวนเองได้ลงพื้นที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงพร้อมออกติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว สอบสวนให้สิ้นกระแสความในทุกประเด็น อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเองให้ทำงานคู่ขนานกับฝ่ายสอบสวนในการแสวงหาข้อเท็จจริงและข้อมูลพยานหลักฐานที่มีความเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว ดำเนินการบูรณาการข้อมูลด้านการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบ และขั้นตอนในการอำนวยความยุติธรรมแก่ผู้เสียหาย เพื่อเป็นหลักประกันไปสู่กระบวนความยุติธรรมที่มีมาตรฐานสากล และต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว เพื่อเยียวยาความเสียหาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและสังคม

บทความก่อนหน้านี้วอยซ์ทีวี ร้องศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว สู้คำสั่งจอดำ 15 วัน ชี้ธุรกิจเสียหาย 76 ล้าน 
บทความถัดไปหนุ่มฉุนโดนขโมยข้าว คว้าปืนจ่อเล็งแม่ ก่อนหันไปยิงน้องชาย อ้างแค่ขู่แต่ปืนลั่น