เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับ บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด ที่มีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม รัฐภูมิ นักร้องนักแสดงชื่อดัง เป็นประธานบริหารและถือหุ้น ซึ่งดำเนินธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีมันนี่ โดยไม่ได้รับอนุญาต

อ่านข่าว ‘ฟิล์ม-รัฐภูมิ’ยอมรับผิด!! หลังแบงก์ชาติจ่อดำเนินคดี ทำธุรกิจอี-มันนี่เถื่อน ขอโทษทุกฝ่าย(คลิป)

โดยมี พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบ นายพฤทธิพงศ์ สีมาจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย และนายนิติกร ชำนาญการ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เข้าร่วมประชุม

อ่านข่าว ฟิล์ม รัฐภูมิ ยอมรับผิดทำธุรกิจอีมันนี่ ยังไม่ขออนุญาตให้ถูกต้อง แจงจะเร่งแก้ปัญหา(คลิป)

พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการในส่วนต่างๆ ซึ่งตนไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด เพราะเกรงจะกระทบต่อรูปคดี โดยภายหลังตัวแทน ธปท.ร้องทุกข์ กล่าวโทษกับบริษัทดังกล่าวก็มีการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีมาโดยตลอด ล่าสุดตำรวจได้ออกหมายเรียก บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป มารับข้อหาให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตในวันที่ 3 มีนาคม เวลา 13.00 น. ที่บก.ปอศ.

ซึ่งทางบริษัทดังกล่าวจะส่งตัวแทนซึ่งเป็นกรรมการคนใดมาพบตำรวจก็ได้ โดยตามหนังสือบริคณฑ์สนธิ พบว่ากรรมการบริษัทนี้มีทั้งหมด 5 คน แต่ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคล พ.ศ.2560 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ในการดำเนินคดีตำรวจจะต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่า กรรมการคนใดบ้างที่มีอำนาจในการดำเนินการธุรกรรมและการเงิน

ทั้งนี้ ในหนังสือบริคณฑ์สนธิของบริษัทก็มีระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มีกรรมการคนใดบ้างที่มีอำนาจตรงนี้ แนวทางการสืบสวนก็มีข้อมูลส่วนนี้อยู่แล้ว แต่ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตำรวจได้ตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และตรวจสอบเส้นทางทางการเงินกับสำนักงาน ป.ป.ง.

ขณะเดียวกันจะมีการประสาน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทดังกล่าวเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ หรือมีการกระทำที่เป็นการหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ส่วนกรณีนายรัฐภูมิ ออกมาขอโทษทางโซเชียลมีเดียนั้น อาจจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกับสมาชิก แต่ไม่มีผลในทางคดี ตำรวจยังคงต้องดำเนินคดีเช่นเดิม

นายพฤทธิพงศ์ กล่าวว่า คดีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ตรวจพบว่า บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จากัด (บริษัท) ให้บริการแอพพลิเคชั่นบนมือถือภายใต้ชื่อ “PayAll” โดยให้ผู้ใช้บริการสมัครเป็นสมาชิกในแอพพลิเคชั่น และเติมเงินล่วงหน้าเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำอีมันนี่ดังกล่าวไปใช้ในการชำระค่าสินค้า หรือ บริการจากร้านค้าต่างๆ ที่กำหนด

ซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการ อีมันนี่อันเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ประกอบพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชาระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 (พ.ร.ฎ. e-Payment) และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ประกอบประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (การประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์)

ซึ่งเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมายดังกล่าว ธปท. ในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.ฎ. e-Payment และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว ให้ดำเนินการ ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับบริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ธปท. ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) ซึ่งขณะนี้บริษัทเพย์ออล ต้องหยุดให้บริการบริการอีมันนี่ทันที เพราะถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว

นายพฤทธิพงศ์ กล่าวอีกว่า การประกอบธุรกิจให้บริการอีมันนี่ เป็นธุรกิจที่มีการรับเงินล่วงหน้าจากประชาชนทั่วไปในวงกว้าง จึงต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ กฎหมายจึงกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด

ที่สำคัญมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการ เช่น ต้องมีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วตามที่กำหนด และดำรงฐานะทางการเงินและสภาพคล่องเพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ ต้องมีการเก็บรักษาเงินของผู้ใช้บริการที่เติมเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อย่างรัดกุม โดยต้องฝากไว้ที่สถาบันการเงิน และแยกบัญชีไว้ต่างหากจากเงินทุนหมุนเวียนที่ใช้ดาเนินธุรกิจของ ผู้ประกอบธุรกิจ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การรักษาความลับของข้อมูลผู้ใช้บริการ การคืนเงินให้ผู้ใช้บริการภายในระยะเวลาที่กาหนด และการแก้ไขข้อร้องเรียน

นายพฤทธิพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พบเพียงบริษัท เพย์ออล เพียงแห่งเดียวที่มีการให้บริการอีมันนี่โดยไม่มีใบอนุญาต จึงขอแนะนำให้ประชาชน ร้านค้า และสถานประกอบการ เลือกใช้บริการอีมันนี่จากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตจากทางการเท่านั้น รวมทั้งควรศึกษาเงื่อนไขของการใช้บริการและดาเนินการเพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจให้บริการอีมันนี่ที่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกากับดูแลของทางการได้จากรายชื่อที่แนบมาพร้อมนี้ และเว็บไซต์ของ ธปท. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน หมายเลขโทรศัพท์ 1213 ทั้งนี้ หากประชาชนพบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจให้บริการอีมันนี่ โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้แจ้งธปท.ทราบ ได้ตามช่องทางข้างต้น

นายณัชพัทร ขาวแก้ว นิติกรชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า เดิมที บริษัทเพย์ออล กรุ๊ป จดทะเบียนในนาม บริษัท นาน่า คอเปอเรชั่น จำกัด ซึ่งขออนุญาตเป็นบริษัทขายตรงจำหน่ายผลิตภัณท์ประเภท อาหารเสริมและเครื่องสำอาง รวม 6 รายการ ตั้งแต่ปี 2525 ก่อนจะมาขออนุญาตกับ สคบ.และกรมการค้าภายใน เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด พร้อมปรับแผนการทำงานเป็นบริการอีมันนี่ แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต แต่กลับให้บริการกับผู้บริโภคจึงเข้าข่ายการกระทำผิด และได้มีการเชิญ กรรมการ 5 คนและตัวแทนนิติแทนนิติบุคคล เปรียบเทียบปรับรายละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,800,000 บาท

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่ต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิก หรือสินค้า สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบ ซึ่งทางบริษัทจะต้องจ่ายค่าสมาชิกคืนให้ภายใน 15 วัน ส่วนผู้บริโภคสามารถคืนสินค้าได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่รับสินค้า หลังจากนี้หากพบว่ายังโฆษณาที่ยังปรากฎในเว็บไซต์หรืออินเตอร์เน็ตจะเข้าข่ายมีความผิดซ้ำ ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีอีก 1 กระทง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน