นักศึกษาสาวหอบหลักฐานเข้าให้ข้อมูลตำรวจชุดสืบสวนภาค 4 หลังนำมือถือไปซ่อมแล้วถูกแอพฯแอบถ่าย ติดตั้งกล้องวงจรปิด ถูกนำไอดีไลน์ไปใช้ในกลุ่มซื้อขายบริการทางเพศ
กรณี น.ส.ธนัชพร นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น อายุ 20 ปี โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังนำมือถือไปซ่อมที่ร้าน แล้วถูกติดตั้งแอพพลิเคชั่น คล้ายกับกล้องวงจรปิดที่ดูจากมือถือเครื่องอื่นได้ เมื่อตรวจสอบแอพฯ ก็พบว่าอีเมล์ที่ใช้ล็อกอิน เป็นอีเมล์ของเจ้าของร้านซ่อมโทรศัพท์ แถมยังนำไอดีไลน์ส่วนตัวไปแชร์ในกลุ่มซื้อขายบริการทางเพศ โดยน.ศ.สาว เข้าแจ้งความกับตำรวจ โดยเชิญเจ้าของร้านมาสอบสวน ซึ่งให้การปฏิเสธ คาดเกิดจากความผิดพลาดในการเชื่อมต่อมือถือเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มซื้อขายบริการ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
แอพแอบถ่าย / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 น.ส.ธนัชพร นำหลักฐานเป็นภาพแอพพลิเคชั่นที่ทำงานคล้ายกับกล้องวงจรปิด และหลักฐานการล็อกอินเข้าใช้ระบบแอพฯ โดยมีอีเมล์ล็อกอินเป็นอีเมล์ของเจ้าของร้าน รวมทั้งข้อความ แช็ตทางไลน์ ที่มีชายแปลกหน้าทักแช็ตเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการรับงานในกลุ่มซื้อขายบริการทางเพศ
เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 เพื่อเป็นหลักฐานในการนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนดำเนินคดี เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยไว้ผู้ก่อเหตุอาจจะทำกับคนอื่นและอาจเกิดความเสียหายมากกว่านี้ได้
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องแยกการสืบสวนออกเป็น 2 ประเด็น คือ การหาข้อเท็จจริงว่า เจ้าของร้านมีเจตนาในการติดตั้งแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายหรือไม่ อีกประเด็นคือจะต้องสอบสวนบุคคลที่ทักแช็ตไลน์เข้ามาหาผู้เสียหายว่า ได้ไอดีไลน์มาจากใคร ซึ่งหากต้นทางมาจากที่เดียวกันหรือจากบุคคลเดียวกันก็จะต้องเรียกมาสอบสวนต่อไป