เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนาย เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 12 ในคดีโครงการรับจำนำข้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ
นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมว.ประจำสำนักนายกฯ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีต รมว.มหาดไทย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เป็นต้น ร่วมให้กำลังใจ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จำนวน 1 กองร้อย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเดินหน้าเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ ว่า คดีดังกล่าวศาลฎีกามีคำพิพากษายึดทรัพย์ไปแล้วกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท ไม่ทราบว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น หวังว่าเรื่องนี้คงไม่ได้เป็นการใช้อำนาจหรือกฎหมายที่ตัวเองมีอยู่ มาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อหาอภินิหารทางกฎหมายในการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ขอให้เห็นใจกันบ้าง
จากที่ดูจากมุมข้างนอกทั้งแง่กฎหมายและรายละเอียดต่างๆ รู้แต่ปลายทางว่าเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นแล้วไม่สิ้นสุด เหมือนเป็นการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หวังว่าผู้รักษากติกาและการใช้กฎหมายจะคำนึงถึงความยุติธรรม และบังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน อย่าให้กฎหมายเป็นเพียงกฎหมายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อที่จะไล่ล่า และเกิดความสงสัยให้ใครหลายๆ คน ทั้งนี้ รัฐบาลควรชี้แจงว่าจะใช้กฎหมายข้อใดในเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน
“เราคงไม่อยากได้ยินคำว่าอภินิหารทางกฎหมายเกิดขึ้น เราอยากเห็นการใช้กฎหมายด้วยความสุจริตและความเป็นธรรม อย่างกรณีที่เกิดขึ้นกับดิฉันในเรื่องการดำเนินเรียกเก็บค่าเสียหายจำนำข้าว ทั้งที่คดีในศาลยังไม่สิ้นสุดนั้น ดิฉันก็ได้ร้องขอทุกอย่างและถ้าเป็นการไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่เกิดความเสมอภาคก็ไม่เห็นว่าอนาคตข้างหน้า จะเดินหน้าไปได้อย่างไร เราเองเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ปลายทาง อยากให้ผู้ถือกติกาคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอเรื่องการตั้งกรรมการกลางขึ้นมา เพื่อเดินหน้าการปรองดอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า มองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะวันนี้หากรัฐบาลต้องการพูดแบบเปิดใจ ก็อยากให้ผู้ที่มีความเป็นกลางมาร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อที่จะได้ไม่มองว่ารัฐบาลเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง และเพื่อที่ทุกคจะได้เชื่อมั่นว่าคณะกรรมการที่เป็นกลางนั้นจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทั้งนี้ ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี ตนสนับสนุนแนวคิดนี้
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยังเดินหน้าที่จะเก็บภาษี รวมถึงดำเนินคดีต่างๆในลักษณะนี้ สุดท้ายความปรองดองจะเกิดขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อันนี้คงต้องไปถามผู้ที่ถือกติกาและผู้ที่จะวางกติกาเรื่องความปรองดอง ว่าความหมายของคำว่าปรองดองวันนี้หมายถึงอะไร
เมื่อถามถึงกรณี สตง.จะตรวจสอบนักการเมืองอีก 60 คน โดยเฉพาะนักการเมืองในรัฐบาลของท่านเอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนี้มีทาง ป.ป.ช.ดูแลอยู่แล้ว ตนยังไม่ทราบว่าทาง สตง.จะตรวจสอบอะไร อย่างไร เพราะเรายังไม่มีรายละเอียด
เมื่อถามถึงกรณีที่ทางเจนีวาตั้งข้อสังเกตต่อประเทศไทยเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการนำตัวประชาชนขึ้นศาลทหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นความห่วงใยที่ส่งผ่านมานานแล้ว เชื่อว่ารัฐบาลคงทราบ แต่จะทำอย่างไรที่รัฐบาลจะรีบคืนอำนาจให้กับประชาชน และไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีแพ่งในส่วนของจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของศาลฯ หลังจากที่ยื่นคำชี้แจงไปยังศาลฯ

