ศาลยกฟ้อง พระครูกิตติพัชรคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอฉาว อนาจาร 3 ด.ญ. แต่ต้องนอนคุกต่ออีก 26 ปี เพราะผิดคดีทุจริตเงินทอนวัด เอาเงินพาพระเณรไปแสวงบุญที่อินเดีย

อนาจาร 3 ด.ญ. / เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.434/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องอดีตพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน และอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 เม.ย. 2548 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่ ด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 อายุ 13 ปีเศษ ด้วยการนอนกอดและจูบแก้มผู้เสียหายที่ 1 ในห้องนอนของจำเลยที่กุฏิวัดลาดแค ต่อหน้าด.ญ.บี ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ,

เมื่อระหว่างวันที่ 1 พ.ค. 2548-31 พ.ค.2548 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่ด.ญ.ซี ผู้เสียหายที่ 2 อายุ 12 ปีเศษ โดยใช้มือล้วงเข้าไปในเสื้อของผู้เสียหายที่ 2 และลูบไล้บริเวณหน้าท้อง หน้าอกและอวัยวะเพศ ภายในห้องนอนของจำเลยที่กุฏิวัดลาดแค ต่อหน้า ด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ,

เมื่อระหว่างวันที่ 1 ก.พ.2549-27 ก.พ.2549 จำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 โดยใช้มือลูบไล้ไปตามลำตัว กอด และจูบผู้เสียหายที่ 1 ในห้องนอนของจำเลยที่กุฏิวัดลาดแค,

เมื่อระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 2549-30 เม.ย. 2549 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่ด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 โดยใช้มือโอบกอด ลูบคลำตามลำตัวของผู้เสียหายที่ 1 บนรถตู้ขณะเดินทางจากวัดลาดแค ไปถึงต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และเดินทางกลับวัดลาดแค ต่อเนื่องกัน ต่อหน้าด.ญ.บี และนายแก้ว เขียวงาม ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ และจำเลยได้ใช้มือโอบกอด ลูบคลำ นอนก่ายตัวของผู้เสียหายที่ 1 ในห้องพักของรีสอร์ทไม่ทราบชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.มะเร็ต,

และเมื่อระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-30 เม.ย.2549 จำเลยได้กระทำอนาจาร ด.ญ.ดี ผู้เสียหายที่ 3 อายุ 14 ปีเศษ โดยจำเลยดึงมือผู้เสียหายที่ 3 เข้าไปโอบกอด ในห้องพักของรีสอร์ทไม่ทราบชื่อ ตั้งอยู่ที่ต.มะเร็ต ต่อหน้าด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278

วันนี้จำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อท.38/2561 ของศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว คำเบิกความของพยานโจทก์ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงทั้ง 3 ปาก รวมถึงพยานโจทก์ซึ่งเป็นลูกศิษย์วัด มีลักษณะขัดแย้งกันเองและมีพิรุธ อีกทั้งเหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 10 ปี เพิ่งมีการเปิดเผยและแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลย พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังฟังคำพิพากษา อดีตพระครูกิตติพัชรคุณจะถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวกลับไปคุมขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 26 ปี ในคดีทุจริตเงินทอนวัด เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่อดีตพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอความเป็นธรรมให้ตนด้วย คดีนี้ศาลตัดสินว่าตนไม่ผิด ที่เป็นข่าวไปทำให้เสียหายมาก ตนโดนกลั่นแกล้งเพราะไปขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่น อ.ชนแดน ส่วนคดีเงินทอนวัดที่ศาลจำคุก 26 ปีนั้น เมื่อศาลตัดสินว่าผิดก็ยอมรับ แต่ก็ได้นำเงินไปใช้พาพระและสามเณรไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน