กองปราบบุกรวบ ผัวเมียจอมลวงโลก ตุ๋นทำงานต่างประเทศ อ้างเชี่ยวชาญ-ไม่ถูกส่งตัวกลับ ชาวบ้านหลงเชื่อเพียบ! สูญเงินกว่า 5 ล้านบาท พบหมายจับติดตัวอื้อ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.สุรพะงษ์ ชาติสุทธิ์ รองผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป. แถลงผลจับกุม น.ส.พรทิพย์ หรือ พรพิส หรือ สาปัดตายะสา อายุ 36 ปี และ นายตะวัน หมอนทอง อายุ 29 ปี สองสามีภรรยา
ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดบัวหใญ่ ที่28-29/2562 ลงวันที่ 1 มี.ค. 2562 ข้อหา “ร่วมกันจัดหางาน ให้คนงานเพื่อไปทางานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง และ หลอกลวงผูอื่นว่าสามารถหางานให้ทาในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดกล่าวได้ไปซึ่งเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กหลอกลวง” โดยจับกุมได้ที่ริมถนนสาธารณะ ต.ฟากท่า อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์
พ.ต.อ.บุญลือ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มผู้เสียหายจากจ.นครราชสีมาและจ.ชัยภูมิ จำนวนมากเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดนครราชสีมา หลังถูกหลอกลวงให้ไปทำงานด้านเกษตรกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ ความเสียหายร่วมกันหลายล้านบาท โดย พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. จึงมอบหมายให้กองปราบปราม เข้าไปดำเนินการเน่ื่องจากเห็นว่าทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
จากการสอบปากคำกลุ่มผู้เสียหายทราบว่า เมื่อประมาณปี 2560 ได้รู้จักกับน.ส.พรทิพย์ และ นายตะวัน อ้างว่าสามารถช่วยพาไปทำงานเกี่ยวกับการเกษตรท่ี่ประเทศเกาหลีใต้ได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามกฎหมายที่ยุ่งยาก และไม่ถูกส่งตัวกลับแน่นอน เนื่องจากมีความชำนาญ โดยผู้เสียหายจะไดร้บเงินค่าจ้างเดือนละ 4-6 หมื่นบาทต่อคน นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจก็มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าเอกสารเพียงคนละ 5-7 หมื่นบาท ซึ่งถูกกว่าบริษัทจัดหางานที่อื่น
พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวต่อว่า เมื่อกลุ่มผู้สียหายหลงเช่ื่อและโอนเงินให้กับ 2 ผู้ต้องหา เพื่อนำไปจ่ายค่าดำเนินการปรากฏว่าหลายเดือนผ่านไปก็ยังไม่ได้เดินทาง เมื่อสอบถามไป น.ส.พรทิพย์ก็ได้แต่บ่ายเบี่ยง อ้างว่าติดขัดเรื่องต่าง ๆ จนถึงปี 2561 กลุ่มผู้เสียหายก็ทราบแน่ ๆ ว่า ถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี
ซึ่งจากการตรวจสอบพบด้วยว่า น.ส.พรทิพย์มีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันของพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ถึง 9 หมายจับ ส่วนนายตะวันก็มีหมายจับคดีฉ้อโกงติดตัวอีก 2 หมาย รวมทั้งหมด 13 คดี มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท
กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า 2 ผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาอยู่ในพื้นที่จ.อุตรดิตถ์ จึงเข้าทำการจับกุมตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงนำตัวพนักงานสอบสวน สภ.ประทาย จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป