เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก.ตร. กล่าวถึงกรณีคนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์ในตู้เก็บเงินค่าผ่านทาง ถนนสายมอเตอร์เวย์ด่านทับช้าง เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ว่า ข้อมูลของตำรวจทราบว่า เมื่อปี 2556 เคยเกิดเหตุที่จุดนี้ ในลักษณะนี้มาแล้ว จับกุมผู้ต้องหาได้นำตัวเข้าสู่ชั้นศาลไปแล้ว ตอนนี้อยู่กำลังพิสูจน์ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ เนื่องจากแผนประทุษกรรมคล้ายกัน โดยอาศัยจังหวะที่คนไม่พลุกพล่านก่อเหตุ
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าล่าสุด ยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับ รอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบตัวบุคคลก่อน และทราบว่าขณะนี้ก็มีความคืบหน้ามากแล้ว แต่ก็มีประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาบางส่วนแล้ว และฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 รวมรวบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดูความเชื่อมโยง คาดว่าจะออกหมายจับได้ภายในวันนี้
วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องนั้น ได้สั่งการให้ทางสน.ประเวศ ทำการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนที่ร้ายที่ก่อเหตุ ส่วนเป็นคนเดียวกับที่เคยก่อเหตุเมื่อ 4 ปีก่อนหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นพบข้อมูลว่า ลักษณะขับขี่จักรยานยนต์มาจอดไว้ข้างทาง จากนั้นทำการมุดรั้วออกมาและกระโดดออกตรงมาที่บริเวณด่านเก็บเงิน โดยใช้อาวุธมีดก่อเหตุ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ตนจะลงพื้นที่ไปยังสน.ประเวศ ในคืนนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพการก่อเหตุของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน แต่ไม่เห็นหน้า เบื้องต้นรูปพรรณคนร้ายรูปร่างผอม สูง ส่วนพาหนะที่ใช้ก่อเหตุคือรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบทะเบียนหลังเกิดเหตุคนร้ายได้ขี่รถหลบหนีไป ขณะนี้มีการสอบปากคำพยานไปบ้างแล้ว จากนี้ก็จะต้องมีการเร่งสอบในกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ต้องทราบเกี่ยวกับการทำงานของด่านเก็บเงินว่าช่วงเวลาใดที่จะก่อเหตุได้ ทั้งพนักงานที่ได้ลาออกไปแล้ว ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้กับด่านเก็บค่าผ่านทาง และไซต์งานก่อสร้างที่ขณะนี้มีคนงานกำลังทำงานอยู่ตลอด โดยจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาตัวผู้ที่ก่อเหตุให้เร็วที่สุด พร้อมเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เชื่อว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี
