เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 4 เม.ย. พ.ต.ต.ธวัชชัย มานันตพงศ์ สารวัตร (สอบสวน) สน.บางชัน รับแจ้งเหตุคนงานทะเลาะวิวาทกันและมีผู้เสียชีวิต ภายใน บริษัทแห่งหนึ่ง ถ.เคหะร่มเกล้า แขวงและเขตสะพานสูง กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิศักดิ์ ชูพันธ์ ผกก.สน.บางชัน พ.ต.ท.เฉลิมพล แพทอง สว.สส.สน.บางชัน แพทย์นิติเวช รพ.ตร กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุภายในบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจรับทำและให้เช่าเตนท์ผ้าใบบริเวณลานดินที่ทำเป็นสนามตะกร้อ ด้านหลังบริษัท พบศพนายมุ้ย อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมา สวมเสื้อยืดแขนยาวสีฟ้า กางเกงยีนส์ขายาวสีดำ รองเท้ายางหุ้มส้นสีขาว เสียชีวิตนอนหงายนอนจมกองเลือดอยู่ในลานสนามตะกร้อ จากการตรวจสอบพบมีบาดแผลลักษณะถูกของมีคมแทงเข้าที่ลำคอยาวประมาณ 5 ซ.ม.เป็นแผลฉกรรจ์ จำนวน 1 แผล ใกล้กันพบเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินและสีขาวเปื้อนเลือด อีกทั้งยังพบเศษขวดเบียร์ลีโอแตกเกลื่อนกลางลานตะกร้อ บริเวณโดยรอบสนามยังมีเก้าอี้พลาสติกจำนวน 6 ตัวกระจายไปคนละทิศละทางทั่วสนามตะกร้อ
จากการสอบสวนนางอนงค์ อยู่สุ่ม อายุ 52 ปี เจ้าของบริษัท กล่าวว่า บริษัทตนมีคนงานที่เป็นชาวเมียนมาประมาณ 30 คน โดยก่อนเกิดเหตุตนกลับมาถึงที่บริษัทประมาณ 22.00 น. พบคนงาน 5-6 คนนั่งดื่มเบียร์กันอยู่บริเวณลานด้านหน้าที่พักคนงาน ตนจึงสั่งให้เลิกดื่ม เนื่องจากส่งเสียงดังรบกวนคนงานคนอื่นๆ ที่กำลังนอนพักอยู่ หลังจากนั้นตนจึงเข้านอน ซึ่งตนไม่คิดว่าคนงานจะแอบไปนั่งดื่มกินกันต่อที่ลานตะกร้อด้านหลัง จนเกิดเหตุสลด
นายยับ คนงานชาวเมียนมาที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า วันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ตนเองพร้อมเพื่อนคนงานชาวเมียนมารวม 6 คน รวมเงินกันซื้อเบียร์มานั่งดื่มกันตั้งแต่ 1 ทุ่ม หลังจากนั้นเจ้เจ้าของบริษัทมาไล่ให้เลิกกิน แต่พวกตนหลบมานั่งกินกันต่อที่ลานตะกร้อหลังบริษัท ต่อมานายสอน อายุ 30 ปี และ นายมุ้ย อายุ 26 ปี เพื่อนคนงานได้แยกตัวออกไปนั่งคุยกัน 2 คน แต่ไม่ไกลมากนัก ซึ่งได้ยินมีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับราคารถจักรยานยนต์ยี่ห้ออะไรแพงมากกว่ากัน คุยกันได้ซักพักตนเห็นนายสอน ใช้ขวดเบียร์ซึ่งตนไม่รู้ว่านายสอนไปทุบให้แตกมาจากไหน แทงเข้าที่ลำคอนายมุ้ยไป 1 ครั้งจนเลือดไหลอาบทั่วตัวก่อนนายมุ้ยจะล้มลงกับพื้น ตนและเพื่อนที่เหลือตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างพากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กล่าว่า เบื้องต้นพอจะทราบแล้วว่าใครเป็นคนร้าย ซึ่งหลังเกิดเหตุ มีรปภ.เห็นว่าคนร้ายวิ่งออกมาด้านข้างบริษัทก่อนจะโบกรถแท็กซี่ไม่ทราบทะเบียนสีชมพู หลบหนีไปทางถนนราษฎร์พัฒนา ซึ่งในเบื้องต้นได้แจ้งทางวิทยุสื่อสารให้ช่วยสกัด แต่ยังไม่พบ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นทราบว่าน่าจะมาจากการที่คนตายและคนร้ายที่มีการมึนเมากันทั้ง 2 ฝ่ายมีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับราคารถจักรยานยนต์ ซึ่งขณะพูดคุยอาจมีอะไรบางอย่างไม่เข้าหูจึงทำให้คนร้ายไม่พอใจก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะนำตัวผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ไปสอบปากคำ และให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุและตามเส้นทาง เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมทั้งประสานไปยังด่านตม.ต่างๆ เพื่อปิดกั้นไม่ให้คนร้ายหลบหนีออกนอกประเทศด้วย

