‘บิ๊กอวบ’อำลาฉายา มือปราบไซเตส ปิดศูนย์ปราบงาช้าง หลังพ้นประเทศน่ากังวล

มือปราบไซเตส

‘บิ๊กอวบ’อำลาฉายา มือปราบไซเตส ปิดศูนย์ปราบงาช้าง หลังพ้นประเทศน่ากังวล

มือปราบไซเตส  /  เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ผอ.ศปฉช.ตร.) ประธานคณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย ตามแผนงาช้างแห่งประเทศไทย

พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมศุลกากร กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมปศุสัตว์ กรมการปกครอง บริษัทท่าอากาศยาน และกอ.รมน ร่วมแถลงผลความสำเร็จในการป้องกันปราบการค้างาช้างของทุกภาคส่วน และจารึกตำนาน “มือปราบไซเตส”

มือปราบไซเตส

โดยสรุปผลการจับกุมตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ที่ได้ป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง จนสามารถปลดล็อกประเทศไทยจากบัญชีประเทศน่ากังวลในการค้างาช้าง ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือไซเตส เป็นผลให้สามารถปลดล็อกจากการจะถูกกีดกันทางการค้าจากประเทศต่างๆ 182 ประเทศ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า การปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าประสบความสำเร็จหลังจากไซเตสปลดบัญชีประเทศไทยจากประเทศน่ากังวลในการค้างาช้าง บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

จากนี้ถือว่าสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ของศูนย์ฯ จากสถานการณ์การลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมาย ที่ใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางขนส่งลำเลียง ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ

มือปราบไซเตส

ในอดีตไทยเคยติดอันดับ ประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้างาช้างผิดกฎหมายในกลุ่มประเทศที่มีความน่ากังวลอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่รุนแรง จนเกือบได้รับบทลงโทษระงับการค้าสินค้าที่เกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอต่อไซเตส และกำหนดให้หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ให้เป็นรูปธรรม

โดยมอบหมายภารกิจให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนดำเนินการในหมวดกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์ ตลอดระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ได้ดำเนินงานเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจัง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

มือปราบไซเตส

มาตรการเน้นหนัก คือ ห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก ห้ามซื้อขาย และไม่สนับสนุน ทลายเครือข่ายแบบถอนรากถอนโคน นำกฎหมายฟอกเงินมาใช้กับนายทุน ผู้ร่วมขบวนการ และผู้สนับสนุน ผลจับกุมผู้กระทำความผิดในภาพรวมของศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามการค้างาช้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานภายใต้คณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมาย นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน

สามารถจับกุมผู้กระทำผิด และตรวจยึดของกลางเป็นงาช้างเจำนวนมาก โดยจับกุมผู้ต้องหา 44 คดี ยึดของกลางงาช้าง น้ำหนักรวม 9,901.82 ก.ก. มูลค่า 990,182,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  การดำเนินงานตามภารกิจของศูนย์ฯ ได้ประสบความสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ อันเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกองค์กรทุกฝ่าย ความสำเร็จนี้จะจารึกไว้เป็นตำนาน และอำลาฉายา “มือปราบไซเตส” ของพล.ต.อ.เฉลิมเกียติ ศรีวรขาน อย่างน่าภาคภูมิใจ

 

 

บทความก่อนหน้านี้จ๊ะ พีคสุด! โดนหามส่งรพ. หลังหน้ามืด-วูบล้ม บอกทนมา 2 วันแล้ว
บทความถัดไปมีหนาว! ศาลสูงสุดสั่ง “รื้อคดี” ปาร์ก กึนเฮ-เจ้าชายซัมซุง ปมม้าของขวัญ 3 ตัว 85 ล้าน