เปย์ทุกอย่าง! ลูกสาว แท็กซี่หึงโหด แทงเมียดับ ยันพ่อมีแต่ให้ สุดท้ายต้องติดคุก

แท็กซี่หึงโหด

เปย์ทุกอย่าง! ลูกสาว แท็กซี่หึงโหด แทงเมียดับ ยันพ่อมีแต่ให้ แต่สุดท้ายต้องติดคุก เผยสังคมอย่าฟังความข้างเดียว เชื่อพ่อเป็นคนดี ทุ่มเทให้ผู้ตายทุกอย่าง

กรณีนายจิตติ เหลี่ยมเพ็ชร์ อายุ 61 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ใช้มีดแทงภรรยา น.ส.สมหวัง สุขขัง อายุ 43 ปี เสียชีวิตภายในบ้านย่าน ซอยพหลโยธิน 52 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม เหตุเพราะหึงหวงกลัวภรรยามีชายใหม่ เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 1 ต.ค. พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน นำโดย พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ภ.6, สืบสวน สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก,ชุดสืบสวน บก.น.2 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน จับกุมตัว นายจิตติ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ จ.1494/2562 ลงวันที่ 30 ก.ย.62 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ได้บริเวณชานชาลา สถานีรถไฟย่อยหนองตม เทศบาลนครเมือง จ.พิษณุโลก ขณะที่ผู้ต้องหานั่งรอรถไฟเพื่อหลบหนี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

แท็กซี่หึงโหด / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 ต.ค ที่สน.บางเขน น.ส. เอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ลูกสาวคนโต (ที่เกิดจากภรรยาคนแรกและจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย) เดินทางเข้าเยี่ยม นายจิตติ เหลี่ยมเพ็ชร์ ผู้เป็นพ่อที่ห้องควบคุม สน.บางเขน

น.ส.เอ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมผู้เป็นพ่อว่า คุณพ่อก็ยอมรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องการประกันตัวตนขอปรึกษาหลายๆคนก่อน และอยากให้สังคมอย่าฟังความข้างเดียว ให้พ่อได้อธิบายบ้าง เพราะที่ผ่านมาพ่อโดนกดดันหลายๆ อย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ตาย ก่อนหน้านี้ พ่อมีเงิน มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง มีเงินใช้ไม่ขาดมือ พ่อเป็นคนดี ไม่เคยมีอารมณ์ที่รุนแรงเลยและเครียดแบบนี้มาก่อน โดยเมื่อประมาณ 20 ปี พ่อมาเจอผู้ตาย แล้วพาผู้ตายเข้ามาอยู่ที่บ้านด้วย ในลักษณะ 3 คนผัวเมีย และอยู่ได้สักพัก พ่อก็ขอแยกตัวออกมาอยู่กับผู้ตาย

น.ส.เอ กล่าวต่อว่า หลังจากออกมาได้สักระยะ เศรษฐกิจไม่ดี พ่อต้องขายรถ ขายทุกสิ่งที่อยู่ในบ้าน นำเงินส่วนหนึ่งไปให้ผู้ตายเพื่อเปิดร้านกิ๊ฟช้อป ทำทุกอย่างหาเงินให้กับผู้ตาย มาเช่ารถแท็กซี่ขับ เรียกว่าทำทุกอย่าง เพื่อจะให้ได้มาซึ่งเงิน หามาให้ผู้ตาย หลายครั้งที่พ่อเครียดจะมาเล่าให้ตนฟัง หลายครั้งซึ่งตนก็ได้แต่รับฟัง มีอยู่ครั้งหนึ่งพ่อบอกว่า จะฆ่าตัวตายเพราะไม่มีเงินมาให้ แต่ตนก็ห้ามไว้ก่อน และมาช่วงหลังๆ พ่อมักจะระแวงว่า ผู้ตายจะไปมีคนอื่น ทั้งที่พ่อทุ่มเทให้ผู้ตายขนาดนี้ จนเกิดเหตุการณ์ขึ้น และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตนก็จะไปเยี่ยมพ่อ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

กระทั่งเวลา 12.40 น. พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เบิกตัว นายจิตติ เหลี่ยมเพ็ชร์ อายุ 61 ปี ชาวจ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ จ.1494/2562 ลงวันที่ 30 ก.ย.62 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ออกจากห้องควบคุมไปสอบปากคำเพิ่มที่ห้องฝ่ายสืบสวน

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่นำของกลาง ประกอบด้วย ชุดที่ใส่ในวันเกิดเหตุ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า มีดปลายเหลมยาว 1 ฟุต รองเท้าผ้าใบสีดำ 1 คู่ และรถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีเหลือง ทะเบียน ทษ6952 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้หลบหนีให้นายจิตติชี้ ขณะนำตัวออกมาที่ห้องฝ่ายสืบสวน นายจิตติอยู่ในสภาพใส่หมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า

ผู้สื่อข่าวถาม สอบถามนายจิตติว่า อยากจะพูดอะไรมั้ย นายจิตติส่ายหัว

เมื่อถามว่า โกรธจนไม่อยากจะขอโทษเลยหรือ นายจิตติ พยักหน้า ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวสอบสวน โดยมีพ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน พ.ต.อ.ยรรงยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.2 เข้าร่วมฟังการสอบสวนในครั้งนี้

พ.ต.อ.ชุมพล เปิดเผยว่า การจับกุมนายจิตติ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ จ.1494/2562 ลงวันที่ 30 ก.ย.62 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” จับกุมได้บริเวณชานชาลา สถานีรถไฟย่อยหนองตม เทศบาลนครเมือง จ.พิษณุโลก หลังก่อเหตุ แทงภรรยาของตนเอง แล้วหลบหนีไป

จากการสอบสวน นายจิตติ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนทำจริงและมาจากเรื่องหึงหวง ประกอบกับภรรยา ที่มีพฤติกรรมชอบคุยโทรศัพท์กับชายอื่น จนกระทั่งวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาจะออกไปขับรถแท็กซี่ เวลา 04.00 น. ก่อนจะลืมของและย้อนกลับมาที่บ้าน เจอภรรยากำลังจะออกไปข้างนอก ผู้ตายเข้าใจว่าจะออกไปหาผู้ชาย จึงมีปากเสียงกัน ก่อนจะใช้มีดที่วางอยู่แถวนั้น หยิบมาขู่ผู้ตายก่อนจะต่อสู้กัน จนนายกิตติใช้มีดจวงแทงจนเมียเสียชีวิต

ทั้งนี้หลังสอบสวน นายจิตติ ไม่ยินยอมให้นำตัวไปชี้จุดทำแผน ที่บ้านหลังเกิดเหตุ ทางพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่จะหลบหนี โดยในวันที่ 3 ต.ค. ทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ซีพี ออลล์ เดินหน้ามอบเงินจากโครงการ “ลดวันละถุง…คุณทำได้ เฟส 2” ประเดิมวันแรก 2 รพ.เวียงแก่น – รพ.สังขละบุรี รพ.ละ 1 ล้านบาท
บทความถัดไปKsher Payment จับมือ เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส ส่งโซลูชันการเงินครบวงจร ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีน