ศาลไต่สวน 5 แกนนำนปช. “จตุพร” รับพูดออกทีวีจริงไม่เจตนาปลุกปั่น ศาลนัดฟังคำสั่ง 11 ต.ค

3 ต.ค. 2559 - 15:30 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 901 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องของพนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 ที่ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว นายวีระ หรือนายวีรกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ. เหวง โตจิราการ และ นายนิสิต สินธุไพร 5 แกนนำนปช. จำเลยร่วมในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายรวม ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ในศาลอาญา ในวันนี้ จำเลยทั้ง 5 คนพร้อมด้วยทีมทนายความเดินทางมาศาล

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

201610031235552-20061002150020

ศาลได้สอบถามจำเลยทั้ง 5 ว่าได้อ่านและทราบ คำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของโจทก์แล้ว ยอมรับว่าได้พูดออกอากาศผ่านรายการทีวีพาดพิงเกี่ยวกับเรื่องสมเด็จพระสังฆราช, อุทยานราชภักดิ์ ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการยั่วยุปลุกปั่นให้บ้านเมืองเกิดความไม่สงบ อันเป็นพฤติการณ์ผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ทำไว้กับศาลหรือไม่

201610031235199-20061002150020

นายจตุพร ได้รับมอบอำนาจเป็นตัวแทนจำเลยขึ้นแถลงศาลระบุว่า ได้ทราบคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ร้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ แล้วรับว่าตนและพวกได้พูดถ้อยคำเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกอากาศผ่านรายการจริง แต่คำพูดที่ตนและจำเลยที่ถูกยื่นถอนประกันนั้น เป็นการแสดงความเห็นแสดงความห่วงใยในการบริหารงานบ้านเมือง และเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ติชมโดยความสุจริต ในฐานะประชาชนผู้ห่วงใยประเทศ ซึ่งพวกตนไม่เคยพูดในลักษณะการยุยง แต่พวกตนพูดให้ประชาชนอยู่ในความสงบ เสมือนการเฝ้าดูหนังในโรงภาพยนตร์ให้จบเรื่อง

ถ้าเห็นว่าการกระทำของพวกตน มีลักษณะพาดพิงกระทบกับบุคคลใดก็มีกฎหมายเรื่องการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท ที่บุคคลนั้นจะใช้สิทธิยื่นฟ้อง หรือหากเห็นว่าก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ดีเอสไอและอัยการก็สามารถยื่นฟ้องพวกตนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ได้ แต่ในความจริงยังไม่ปรากฏพบว่า มีการแจ้งความฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ตนในความผิดฐานก่อความไม่สงบ และสร้างความวุ่นวายแต่อย่างใด

ที่ผ่านมา พวกตนก็พูดวิพากษ์วิจารณ์ แต่ก็ไม่ได้ปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นวาย แต่กลับมีการใช้เรื่องที่ตนและพวกแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต มาร้องขอให้มีการเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวที่ศาล อันเป็นการเปรียบเสมือนว่าทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็จะมาลงที่คดีก่อการร้าย จนกระทั่งทุกวันนี้กลายเป็นว่ามีความหวั่นใจว่า หากข้ามถนนไม่ตรงทางมาลายก็จะโดนยื่นถอนประกันไป เหมือนพวกตนถูกใช้อยู่กฏหมายเดียวคือก่อการร้าย ขณะที่คดีการชุมนุมของแกนนำ กปปส. ก็ปรากฏว่าอัยการยื่นฟ้องเพียง 4 ราย ส่วนอีก 54 ราย ยังไม่ได้ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลอาญา ทำให้ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขของกลุ่ม กปปส.ให้อยู่ในเงื่อนไขเดียวกันกับพวกตน และไม่เป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ในเมื่อจำเลยทั้ง 5 คน ยอมรับข้อเท็จว่า ได้มีการกล่าวพูดออกทีวีจริง แต่เป็นการดำเนินรายการปรกติไม่มีการยั่วยุให้เกิดความวุ่นวาย และไม่มีเจตนาละเมิดหรือผิดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวที่ให้ไว้กับศาล ข้อเท็จจริงโจทก์จึงฟังได้เป็นที่ยุติ และไม่ต้องไต่สวนพยานอีก แต่โจทก์ได้แถลงนำส่งพยาน ซึ่งเป็นซีดีบันทึกรายการทีวีที่พวกจำเลยจัดส่งศาล ซึ่งศาลจะวินิจฉัยเนื้อหาในแผ่นซีดีว่าการพูดออกรายการของจำเลยทั้ง 5 เป็นการยุยงปั่นป่วนให้เกิดความวุ่นอันเป็นการผิดเงื่อนไข และเพียงพอที่จะให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวหรือไม่ พร้อมนัดฟังคำสั่งว่าจะเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 หรือไม่ในวันที่ 11 ตุลาคม

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ตนและแกนนำ นปช. เห็นว่าคำร้องขอถอนประกันในวันนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายเงื่อนไขการถอนประกันตัวที่ทำไว้กับศาล เพราะทางดีเอสไอและอัยการได้รับคำร้องส่วนหนึ่งมาจากหลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายและคดีอื่นหลายข้อหา ซึ่งเป็นเวลานานกว่า 2 ปี แล้วยังก็ไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาล

ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี หลังจากจากการยึดอำนาจพวกผมก็อยู่อย่างสงบ ประเด็นต่อมาถ้าเรื่องนี้เป็นความผิดข้อหายุยงปลุกปั่น ถามว่าทำไมดีทั้งเอสไอและอัยการไม่ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา หรือถ้าเป็นการดูหมิ่นผู้ใด ก็สามารถใช้สิทธิดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทได้เช่นกัน แต่กลับใช้ช่องทางเพิกถอนการประกันพวกตนและแกนนำนปช.ทั้ง 5 คน

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ที่ตนมาศาลเพราะเชื่อมั่นในความยุติธรรม ที่ผ่านมาก็เคยถูกยื่นคำร้องถอนประกัน แต่ครั้งนี้ตนและทนายความได้ดูเอกสารคำร้องขอถอนประกันแล้วเห็นว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย ดังนั้นจึงหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีคำสั่งให้ถอนประกันและต้องเข้าไปอยู่เรือนจำจะทำอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า สนธิก็โดนแล้ว ลูกคุณสุเทพ ก็โดนแล้ว ซึ่งทั้งสองคนนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง เป็นคดีที่มีการใช้เอกสารกู้แบงก์ที่ไม่ถูกต้อง และการบุกรุกป่า ซึ่งตนไม่มีคดีเหล่านั้น มีแต่ความผิดในข้อหาทางการเมือง

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวยืนยันว่า ระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาลพวกตนจะจัดรายการแสดงความคิดเห็นต่อไป เพราะมั่นใจว่าสิ่งที่พูดไม่ได้ผิดเงื่อนไขการประกันตัว ถ้าบ้านเมืองยังปกครองในลักษณะแบบนี้แต่ไม่มีใครพูดต่างจากผู้มีอำนาจนั่นคือความเสียหาย พวกตนจะทำหน้าที่ตรวจสอบและยังยืนยัน ไม่ยอมรับการรัฐประหาร

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ศาลไต่สวน 5 แกนนำนปช. “จตุพร” รับพูดออกทีวีจริงไม่เจตนาปลุกปั่น ศาลนัดฟังคำสั่ง 11 ต.ค
ข่าวที่เกี่ยวข้อง