รับชมการถ่ายทอดสดที่นี่! ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านอำพิพากษา คดีถือหุ้นสื่อ “ชี้ชะตา ธนาธร”

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจาและลงมติในคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ร้องขอให้วินิจฉัยว่า

สมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) จากกรณีถือหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่

ขณะที่บรรดาตัวแทน ของสถานทูตมารับฟังคำวินิจฉัยด้วย ทั้งตัวแทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สถานทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และสถานทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย และทางเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งกับประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจว่า ศาลจะใช้เวลาอ่านนานพอสมควร ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าละเมิดอำนาจศาล

ต่อมา เวลา 13.45 น. “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เดินทางมาถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พร้อมภรรยา “รวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” ท่ามกลางผู้ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก และศาลรัฐธรรมนูญ ได้เริ่มอ่านคำพากษา เมื่อเวลา 14.30 น. (ชมสดด้านล่าง)

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า ในเวลา 14.00 น. วันนี้ (20 พ.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณาว่าสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) เนื่องจากถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดียจำกัด เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือไม่

โดยแนวทางคำวินิจฉัยของศาลในวันนั้นจะมีสองประเด็น คือ ศาลวินิจฉัยว่าไม่ผิดก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ได้ตามปกติ แต่หากตัดสินว่าผิดตามร้องนอกจากต้องพ้นสมาชิกภาพการเป็นส.ส.แล้ว จะมีโทษตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ผู้สมัครรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิแล้วยังสมัครรับเลือกตั้ง ให้ระวางโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยศาลจะเป็นผู้กำหนด

เมื่อวันนี้ (19 พ.ย.) นายธนาธร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวตอนหนึ่ง เมื่อถามว่าถ้าถูกจำคุกจะหนีหรือไม่ โดยนายธนาธร กล่าวตอบว่า “จับเลย ผมตั้งพรรคขึ้นมารู้ว่าจุดจบเป็นอย่างไร มีโอกาสติดคุกแน่นอน นี่คือการต่อสู้กับเผด็จการ

ถ้าผมไม่ทำก็ไม่สามารถบอกตัวเองหรือสบตากับคนรุ่นหลังได้ว่าในช่วงวิกฤต คนที่มีสถานะอย่างตนทำอะไรอยู่ สังคมต้องการเห็นคนที่ลุกขึ้นมาท้าทาย ต้องยอมรับว่าอำนาจอยู่ ที่ คสช.ทุกอย่าง ดังนั้น โอกาสที่แม้จะมีไม่เยอะ เราก็พร้อมเสี่ยงเพราะเชื่อว่าอนาคตที่ดีกว่านี้ มันสวยงามพอที่จะต่อสู้”….


 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน