จากกรณีนางน้ำเพชร (สงวนนามสกุล) ร้องเรียนว่าลูกสาวและหลานสาวถูก ด.ต. สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน บังคับให้ขายบริการ นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการและนายตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องในการซื้อบริการเด็ก ก่อนที่ต่อมาจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน อาทิ น.ส.ปิยะวรรณ หรือเมย์ สุขมา น.ส.ปิยะทัสน์ หรือฟ้า เทียนสุวรรณ และ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดเอาไว้ได้เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ต่อมาตำรวจ บช.ภ.5 ออกหมายจับตำรวจ สภ.กองก๋อยอีก 3 คน และผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์อีก 5 ราย นั้น
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.อ.จุมพล รักดี พนักงานสอบสวน ปคม. นำตัว น.ส.กัลยา หรือจอย วุฒิคุณ อายุ 40 ปี, นายมงคล หรือแป๊ะ เกียรติภักดีพงศ์ อายุ 30 ปี, น.ส.ขวัญหทัย หรือตั๊ก ฤกษ์อุดม อายุ 39 ปี, น.ส.กนกวรรณ หรือละม่อม รัตนภักดี อายุ 22 ปี และน.ส.ปัทมพร หรืออึง อิ่นแก้ว อายุ 31 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ต้องหาที่ 1-5
ในความผิดร่วมกันค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี ซึ่งกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหาหรือชักพาเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และร่วมกันพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 พฤษภาคม 60 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานบุคคลอีก 10 ปาก, รวบรวมพยานหลักฐานคดี และรอผลการสอบประวัติต้องโทษของผู้ต้องหา
คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 3 และ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา นางน้ำเพชร (สงวนนามสกุล) มารดาของเหยื่อสาวผู้เสียหาย ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ปิยะวรรณ หรือเจ๊เมย์ สุขมา, น.ส.ปิยทัสน์ หรือเจ๊ฟ้า ภาพเทียนสุวรรณ, ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันติดต่อบังคับผู้เสียหายไปขายบริการ
ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับ น.ส.ปิยะวรรณ, น.ส.ปิยทัสน์ และ ด.ต.ยุทธชัย แล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่ 1-5 พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมแล้วได้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เหยื่อสาวผู้เสียหาย 2 ราย ได้ให้การเพิ่มเติมถึงพฤติการณ์ที่กลุ่มผู้ต้องหาได้พาไปค้าประเวณีกับบุคคลต่างๆ ในช่วงปี 2556-2559 ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้าราชการ และชายไม่ทราบชื่อจำนวนหนึ่ง โดยได้รับเงินจากการขายบริการครั้งละ 2,000 บาท และผู้ต้องหาขอแบ่งเงินไปครั้งละ 500-1,000 บาท
พฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 282, 319 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 9 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 6, 9 และ 52 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมาเวลา 16.30 น. ไม่มีญาติมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ไปควบคุมตัวยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานหญิงกลาง ต่อไป
