เมื่อวันที่ 5 พ.ค. พ.ต.ต.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา กล่าวว่า ได้สืบทราบว่าบ้านพักแห่งหนึ่งในซอย 19 เฉลิมพระเกียรติ ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ใช้เป็นสถานที่กบดานตัวอยู่ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อกลางดึกของวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา

จากการไปตรวจสอบ พบน.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือไชยนาจินดากุล อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 156/2560 ลงวันที่ 6 เมษายน 2560 ในฐานความผิดรวมทั้งสิ้น 6 ข้อกล่าวหาหนัก ประกอบด้วย 1.ร่วมกันค้ามนุษย์ 2.สมคบกันกระทำความผิดค้ามนุษย์ 3.ร่วมกันเป็นธุระจัดหา 4.เป็นเจ้าของ ผู้ดูแล หรือผู้จัดการสถานการค้าประเวณี 5.เป็นธุระจัดหาล่อไป หรือพาไป แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี 6.ร่วมกันบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร เสี่ยงต่อการทำผิด

โดยตัวผู้ต้องหากำลังนั่งอยู่กับญาติพี่น้องในบ้านพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวและขอเรียกตรวจสอบ ว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับหรือไม่ กลับถูกผู้ต้องหาแสดงท่าทีไม่พอใจโวยวายและไม่ยอมให้จับกุม ตำรวจท่องเที่ยวจึงประสานขอกำลังจากตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และทหาร สังกัด กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ร่วมมาสมทบเพื่อกดดันผู้ต้องออกมามอบตัว

ทั้งนี้ ตำรวจได้พูดเกลี่ยกล่อม ใช้นานกว่า 1 ชั่วโมง ผู้ต้องหาจึงยินยอมออกจากบ้านให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแต่โดยดี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำยัง สภ.เมืองพัทยา เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมกับให้การว่าตนเองถูกกลั่นแกล้ง และไม่ได้ความเป็นธรรมกับคดีดังกล่าว แต่ตำรวจมีข้อมูลและหลักฐานพอที่จะเอาผิดได้ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 7 ม.ค.59 พ.ต.ท.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ รอง ผกก.กก.สส.3 บก.สส.ภ.2 สืบทราบว่า ที่ร้านนางฟ้าคาราโอเกะ ในซอยเก้าไร่ ถ.พัทยาสาย 3 ย่านพัทยากลาง มีการลักลอบนำเด็กสาวมาค้าประเวณีอย่างผิดกฎหมาย จึงวางแผนส่งสายลับนำเงินสดไปติดต่อล่อซื้อ เมื่อได้หลักฐานชัดเจนจึงบุกเข้าจับกุม ซึ่งในระหว่างนั้นได้มีน.ส.สมหมาย จงธนกมล อายุ 50 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ออกมาสมอ้างว่าตัวเองเป็นผู้ดูแลร้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

แต่ภายหลังน.ส.สมหมาย กลับคำให้การพร้อมกับระบุว่าตัวเองเป็นเพียงแม่ครัว ส่วนสาเหตุที่ตอนแรกอ้างว่าเป็นผู้ดูแลนั้น เป็นเพราะเจ้าของร้านสั่งให้ตัวเองเป็นคนออกหน้ายอมให้ตำรวจควบคุมตัวไปที่โรงพักก่อน แล้วจะหาวิธีช่วยประกันตัวออกมาภายหลัง กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเป็นปีก็ไม่มีแววว่าจะได้ออกจากเรือนจำ ทำให้น.ส.สมหมาย ให้การซัดทอดว่า น.ส.ปะระนิสา เป็นเจ้าของร้านนางฟ้าคาราโอเกะตัวจริง ซึ่งในเวลาต่อมา พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เจ้าของคดี จึงได้สอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานอย่างรัดกุม ก่อนขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ และสามารถจับกุมตัวไว้ได้ที่บ้านพักดังกล่าว

สำหรับประวัติของ น.ส.ปะระนิสา ไชยนาพาณิชย์กุล หรือ “นิสา” หรือ “เดียร์” เคยตกเป็นข่าวจนดังทั่วประเทศ เมื่อต้นเดือนก.ค.ปีที่แล้ว หลังถูก พ.ต.ท.นราวุธ การามหิโต หรือสารวัตรกาโต้ สว.กก.1.บก.สส.ภ.2 กับพวก ทำการล่อซื้อประเวณี ก่อนที่จะปะทะคารมกันจนวุ่นวาย เพราะฝ่ายน.ส.ปะระนิสา ปฏิเสธไม่ยอมรับผิด และไม่ยอมไปโรงพัก ก่อนที่จะโทรศัพท์ไปหาพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อร้องทุกข์กับนายตำรวจระดับสูง

เมื่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ขอคุยกับหัวหน้าชุดจับกุม ทางพ.ต.ท.นราวุธ ปฏิเสธที่จะพูดคุย เพราะไม่เชื่อว่าเป็นผบ.ตร. ตัวจริง ถึงแม้ทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีโทรศัพท์มาอีกครั้ง พ.ต.ท.นราวุธ ก็ยังไม่เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาโทรมา กระทั่งน.สปะระนิสา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ให้ดำเนินคดี พ.ต.ท.นราวุธ กับพวกฐานบุกรุกและบังคับข่มขืนใจ พอเรื่องนี้รู้ไปถึงหูสื่อมวลชนจึงพากันนำเสนอข่าว และกลายเป็นที่ฮือฮาโด่งดังไปทั่วประเทศ เนื่องจากมีบิ๊กตำรวจระดับ ผบ.ตร.เข้ามาเกี่ยวข้อง

กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ก.ค.59 น.ส.ปะระนิสา ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาไม่มีใบอนุญาตสถานประกอบการบันเทิง ซึ่งเจ้าตัวเดินทางเข้าพบตำรวจเพื่อให้ปากคำ และประกันตัวออกไปสู้คดี ก่อนที่จะมาถูกจับกุมอีกครั้งในวันนี้ ขณะที่ พ.ต.ท.นราวุธพบว่าปัจจุบันกลับมาปฏิบัติหน้าที่ยังต้นสังกัดเดิมแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน