เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ต.ค. พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.สิทธิเดช หาญจริง รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ร.ท.ระวี เรืองอร่าม ผบ.ชป.พท.ม.1รอ.ประเวศ ร่วมกันสนธิกำลังตำรวจ บก.สส. ทหารม.1รอ. เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 102/304 ซอยคู้บอน 27 แยกย่อย 10-2 (หมู่บ้านเสนาวิลล่า 3 ซอย8) แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นของ นายทศพล ฝั่งสินธุ์ อายุ 31 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากการตรวจค้น พบของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบออโตเมติก 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบลูกโม่ 1 กระบอก อาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบปืนปากกา พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมาก เครื่องกลึงเหล็ก เครื่องเจียร์เหล็ก พร้อมด้วยอุปกรณ์การผลิตอาวุธปืนอีกจำนวนหลายรายการ
สืบเนื่องมาจากทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เร่งรัดให้ตำรวจในสังกัดปราบปรามกวาดล้างยาเสพติดและอาวุธปืนให้หมดไป ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจ บก.สส. ร่วมสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ม.1รอ.ใช้ กฎหมายมาตราม.44 เข้าตรวจค้นบ้านพัก 2 แห่ง หลังจากสืบทราบว่าเป็นแหล่งมั่วสุมค้ายาเสพติดในพื้นที่ย่านประเวศ ซึ่งมี “บาส ยงเจริญ” เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยสามารถจับกุม น.ส.นัฐพร เกรียตินิยม อายุ 34 ปี สมาชิกแก๊งดังกล่าว พร้อมของกลาง ยาบ้า 143 เม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก จากตรวจค้นห้องเลขที่ 83/117 ชั้น 5 แฟลตยงเจริญ ย่านประเวศ จากนั้นได้ขยายผลจากอาวุธปืนของกลางที่พบว่าซื้อมาจากนายทศพล ผ่านทางเฟซบุ๊กที่ชื่อ “ขุนพล สำรองหนึ่ง” มาในราคากระบอกละ 13,000 บาท
ต่อมาทางชุดจับกุมจึงทำขยายผลหาเบาะแสกระทั่งทราบว่า นายทศพลผลิตอาวุธปืนที่บ้านเลขที่ 102/304 ซอยคู้บอน 27 แยกย่อย10-2 (หมู่บ้านเสนาวิลล่า 3 ซอย8) แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงนำกำลังไปตรวจและสามารถ ทำการจับกุมตัวนายทศพลพร้อมด้วยของกลาง
นายทศพล กล่าวว่า ตนยอม รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ตนเองไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ที่ผ่านมาตนศึกษาการทำปืนและประกอบปืนมาจากอินเตอร์เน็ต ส่วนอุปกรณ์ต่างๆก็หาซื้อมากจากอินเตอร์เน็ตซึ่งจะมีกลุ่มเฉพาะที่ขายอยู่ เมื่อประกอบเสร็จก็จะนำมาทดสอบก่อนนำมาโพสลงขายในเฟสบุ๊กชื่อ “ขุนพล สำรองหนึ่ง”ในราคากระบอกละ 7,000-15,000 บาท เมื่อตกลงกันได้ก็จะส่งมอบให้ลูกค้าทางไปรษณีย์ ซึ่งบางรายสามารถมาทดสอบยิงเองได้ด้วย ส่วนใหญ่จะประกอบเฉพาะขนาด.38 และ .32 เท่านั้นโดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี และขายออเดอร์ไปแล้วประมาณ 40 กระบอก

ต่อมา พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุและสอบปากคำนายทศพลด้วย
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีคำสั่งจากท่านนายกรัฐมนตรี ว่าให้มีการกวาดล้าง เพราะสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความกระทบมั่นคงก่อให้เกิดผลกระทบและไม่ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ก็ได้สั่งการให้ตำรวจนครบาล ทุกหน่วยงาน ทราบว่าการซื้อขายอาวุธทางอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และเป็นที่นิยมเป็ยอย่างมาก เวลาไปค้นบ้านเพื่อไปหาปืนหรือสิ่งผิดกฎหมายค่อนข้างหาได้ยาก แต่เวลาไปหาทางอินเตอร์เน็ตเหตุใดถึงหาได้ง่าย สรุปและตำรวจทุกฝ่ายพยานที่จะเกาะติดการจำหน่ายสินค้าทางอินเตอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องสุดท้ายก็มาพบจุดดังกล่าว อยากจะฝากเตือนว่าการกระทำผิดเกี่ยวกับทำประกอบซ้อมแซม มีไว้รวมทั้งจำหน่ายอาวุธปืน บัญญัติ อาวุธปืน 2490 โทษค่อนข้างสูง 2 ปี ถึง 20 ปี อย่าไปทำเลย เห็นว่าได้กำไร กระบอกละ 2000 บาท
วิธีการก็คือ ไปซื้อปืนบีบีกันที่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน และมาดัดแปลงไปซื้อลำกล้องไปซื้อลูกโม่ไปซื้อเข็มแทงชนวนทางอินเตอร์เน็ต นี่กำลังตรวจสอบขยายผล พอได้สิ่งเหล่านี้มาก็นำมาประกอบเข้ากันกับปืนบีบีกัน ก็เกิดเป็นอาวุธปืนที่ยิงโดยใช้กระสุนจริงได้ บีบีกันมันใช้ยิงกระสุนจริงไม่ได้ หากนำไปใส่มันจะแตกและระเบิด ก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้สิ่งเหล่านี้คงต้องหาวิธีการเร่งรัดตรวจสอบไม่ให้มีการกระทำผิดเช่นนี้อีก ทั้งนี้ทางผู้เสียหายผลิตมาแล้วไม่ถึงปี ก็ประมาณ 40 กว่ากระบอก ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนสืบสวนดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาทำเพียงคนเดียวหลังจากประกอบแล้วก็มีเครื่องสำหรับทดลองปืน ทำเป็นถังขึ้นมา เพื่อเก็บเสียงและทดลองยิงหลังจากประกอบแล้ว หากปืนสามารถใช้ได้ก็ส่งไปตามไปรษณีย์และใช้ชื่อปลอมส่ง เนื่องจากเป็นของผิดกฎหมายถ้าไม่ดูบัตรประจำตัวก็สามารถส่งได้อย่างง่ายดาย เท่ากับสนับสนุนให้คนร้ายกระทำผิด ทั้งนี้ ก็ได้แจ้งข้อหาแก่นายทศพล ฝั่งสินธุ์ อายุ 31 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาทั้งหมด 3 ข้อหาคือ1บทำและดัดแปลงและมีทำอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต 2.มีอาวุธปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการดัดแปลง 3.มียาบ้าไว้ในครบอครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนดำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา รับทำและดัดแปลงและมีทำอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต มีอาวุธปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการดัดแปลง และมียาบ้าไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.คันนายาวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




