กต.เผยผีน้อยขอกลับไทยแตะ 5 พันคน แทกูนับร้อย ยันเกาหลีรักษาฟรีทุกราย
จากกรณี สถานการณ์ระบาดหนักทำให้คนไทยในเกาหลีใต้ ได้โพสต์ภาพที่เมืองแทกู ต้นตอของการระบาดในเกาหลีใต้ครั้งนี้ จนลามไปทั่วประเทศเกาหลี ซึ่งพบว่าในเมืองนี้มีคนไทยจำนวนมากอาศัยอยู่ และเป็นแรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศ หรือผีน้อยจำนวนมากได้รายงานตัวเพื่อกลับประเทศนั้น
วันที่ 2 มี.ค. จากกรณีรายงานข่าวคนไทยที่พำนักเกินวีซ่าหรือแรงงานที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมายในเกาหลีใต้เข้ารายงานตัวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นครแทกู เพื่อต้องการเดินทางกลับไทย สาเหตุจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น
นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า สถานทูตไทยในเกาหลีใต้ได้สอบถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับทราบว่า นับแต่เดือน ธ.ค. 2562 จนถึง 1 มี.ค. 2563 มีคนไทยไปรายงานตัวแล้วกว่า 5,000 คน ส่วนเฉพาะที่นครแดกู สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ข้อมูลว่ามีคนไทยรายงานตัวรวมจำนวน 136 คน
นายเชิดเกียรติ กล่าวต่อว่า การรายงานตัวดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการของเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบัน ทางการเกาหลีใต้มีมาตรการให้ชาวต่างชาติที่พำนักอยู่เกินวีซ่า แสดงความสมัครใจออกนอกประเทศได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ และไม่มีโทษห้ามกลับเข้าเกาหลีใต้ ซึ่งกรมการกงสุลได้เคยแจ้งประชาสัมพันธ์ก่อนหน้านี้แล้ว
นายเชิดเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้ เกาหลีใต้ยังไม่มีมาตรการปิดเมือง หรือจำกัดการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด โดยคนไทยในเกาหลีใต้ที่ต้องการจะเดินทางกลับไทย สามารถเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเอกสารการจองตั๋วเครื่องบิน ไปติดต่อกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่พักอาศัยอยู่ได้ทันที โดยทางการเกาหลีใต้จะใช้เวลาประมาณ 3-15 วัน ในการออกเอกสารยืนยันการออกนอกประเทศ
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวต่อว่า ทางการเกาหลีใต้ยืนยันว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ทุกรายจะได้รับการรักษาตามมาตรฐานในสถานพยาบาลที่ทางรัฐกำหนด และรัฐบาลเกาหลีใต้จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่พำนักในเกาหลีใต้อย่างถูกกฎหมายหรือไม่ นอกจากนั้น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ยืนยันว่า ผู้ป่วยทุกคนจะไม่ถูกจับกุมและไม่ถูกส่งตัวกลับหากไม่สมัครใจ
นายเชิดเกียรติ กล่าวอีกว่า คนไทยที่เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว จะต้องผ่านมาตรการคัดกรองของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และกักตัวเพื่อดูอาการเป็นระยะเวลา 14 วันตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
นายเชิดเกียรติ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สถานทูตในกรุงโซล ได้ตั้งกลุ่มไลน์เพื่อติดต่อประสานงาน แจ้งข่าวสาร สอบถามความเป็นอยู่ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางขอรับคำปรึกษาด้านสุขภาพกับหน่วยงานของเกาหลีใต้ โดยในกลุ่มไลน์ดังกล่าว มีคนไทยในพื้นที่ระบาดสูง จ. คยองซัง-เหนือ (รวมนครแทกู) เข้าร่วมประมาณ 270 คน และมีผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงสาธารณสุขของไทยให้คำแนะนำในกลุ่มดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ สถานทูตยังได้ติดตามสถานการณ์ความเป็นอยู่ของชาวไทยในพื้นที่ดังกล่าวกับตัวแทนเครือข่ายคนไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งโดยรวมคนไทยยังคงใช้ชีวิตตามแนวทางของรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยหลีกเลี่ยงที่ชุมชนและการเดินทางโดยไม่จำเป็น และสถานทูตกำลังดำเนินการจัดส่งหน้ากากอนามัยให้กับคนไทยในพื้นที่ที่ประสบปัญหาในการหาซื้อด้วย
ทั้งนี้ หากคนไทยในเกาหลีใต้มีเหตุเร่งด่วน สามารถติดต่อฮอตไลน์สถานเอกอัครราชทูตฯ ที่หมายเลข +82-106747 0095 และติดตามข่าวและประกาศของสถานทูตได้ทาง Facebook: “สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล Royal Thai Embassy, Seoul”
