ศักดิ์สยาม เตรียมเสนอแผนด่วนรับผีน้อย รอเคาะรับกลับฟรี ส่งภูมิลำเนาให้อสม.ดูแล
เมื่อวันที่ 3 มี.ค.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมวันนี้ (3 มี.ค.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแผนปฏิบัติการหรือแอคชั่นแพลนในการดูแลและรับมือคนไทยที่จะเดินทางกลับจากเมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้มายังประเทศไทย
โดยจะนำเสนอแอคชั่นแพลนของกระทรวงคมนาคมที่ประชุมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนในวันพรุ่งนี้ (8มี.ค.) พิจารณาอนุมัติ โดยที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้มีการบูรณาการทำงานผ่านศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน หรืออีโอซี ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อทำการตรวจคัดกรองผู้โดยสารขาเข้า
ซึ่งมีการเชื่อมเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อผู้โดยสาร สนามบินต้นทาง มีการเปลี่ยนเครื่องที่ไหน รวมทั้ง หมายเลขที่นั่ง และหมายเลขโทรศัพท์ รวมทั้งร่วมกันตรวจคัดกรองเบื้องต้นภายในสนามบิน ทั้งนี้เพื่อให้ขบวนการคัดกรองผู้โดยสารที่มาจากแทกูมีความรัดกุมมากขึ้น กระทรวงคมนาคมจะเสนอขอให้มีการเพิ่มหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย กรมการขนส่งทางบก และบริษัทขนส่ง จำกัด ให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานอีโอซีด้วย เพื่อกำกับดูแลการเดินทางของผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวไปยังภูมิลำเนา
สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการครั้งนี้นั้น สนามบินต่างๆ จะมีการจัดโซนนิ่งหลุมจอดและพื้นที่การตรวจคัดกรองโรคแยกต่างหากจากผู้โดยสารปกติ โดยจะคัดกรองตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องบินหากมีไข้ไม่สามารถเดินทางได้ และเมื่อเข้ามาถึงสนามบินในไทยจะมีการตรวจไข้ หากตรวจพบไข้จะส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลต่อแต่หากตรวจไม่พบก็จะมีขบวนการส่งต่อผู้โดยสารกลับไปยังภูมิลำเนา
โดยได้สั่งการให้ ขบ.และ บขส. รับผิดชอบจัดหารถและอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อให้กับคนขับ ขับรถพาผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวกลับไปยังภูมิลำเนาในต่างจังหวัดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเมื่อถึงยังภูมิลำเนาจะประสานให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ทำหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามอาการภายใน 14 วัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลผู้โดยสารจากแทกูนั้น จะต่างจากกรณีอู่ฮั่นที่มีการกักตัว14 วัน ที่สนามบินอู่ตะเภา เนื่องจาก สนาบินอู่ตะเภามีความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้ไม่เพียงพอ คือรองรับได้แค่ 100 กว่าคน ขณะที่ผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับมาจากแทกูครั้งนี้มีหลักพันคนจึงไม่สามารถพากักตัวรวมกันที่สนามบินอู่ตะเภาได้ทั้งหมด รวมทั้งเราไม่สามารถเฝ้าระวังในสถานที่รวมพลคนได้มากขนาดนี้
ส่วนการเดินทางของคนไทยจากแทกูนั้น เตรียมประสานไปยังสายการบินเอกชน และสายการบินไทย เช่น การบินไทยให้เข้ามาช่วยรับคนไทยกลับประเทศ ส่วนจะเดินทางฟรีตามข้อเสนอขอกลุ่มผู้โดยสารหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาความเป็นไปได้อีกครั้งว่าสายการบินพร้อมที่จะช่วยเหลือหรือไม่
ส่วนผู้โดยสารจะเดินทางกลับไทยเมื่อไหร่ กับเที่ยวบินของสายการบินใดนั้นคงไม่สามารถบังคับได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้โดยสารว่าต้องการเดินทางกลับเมื่อไหร่ โดยจะไม่มีการแยกเที่ยวบินกับคนปกติ เพราะก่อนขึ้นเครื่องบินผู้โดยสารทุกคนจะต้องถูกตรวจวัดไข้ก่อน หากมีไข้ก็มาสามารถเดินทางได้
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิของ ทอท. มีความพร้อมรองรับการเดินทางกลับของคนไทยในประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากประกาศโรคติดต่ออันตรายของกระทรวงสาธารณสุขทำให้ ทอท. สามารถบริหารจัดการเที่ยวบินจาก 11 ประเทศที่มีความเสี่ยง โดย ทอท. จะจัดหลุมจอดเฉพาะ ขาเข้ามีเทอร์โมนิเตอร์ติด 3 จุด ได้แก่ หน้าประตู, ทางแยกต่างๆ และ ตม. รองรับแล้ว