สธ.เผยมาตรการกักตัว ใครบ้างเข้าเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังในค่าย วอนคนกลับมาแล้วมีสำนึก!

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.นพ.สุวรณณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ประเด็นเรื่องการกักตัวผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศเสี่ยง ว่า ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงกลาโหม กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาสถานที่เพื่อเตรียมการจัดให้เป็น “พื้นที่ควบคุมโรค” รองรับผู้เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของภาครัฐ และเตรียมชุดปฏิบัติการในพื้นที่ควบคุมโรคทุกแห่งนั้น

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

กระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดทำหลักเกณฑ์ลักษณะสถานที่กักกัน (สถานที่ หรือ พื้นที่ควบคุมโรค) รองรับข้อสั่งการฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยหลักเกณฑ์นี้ประกอบไปด้วย การจัดสถานที่ การรักษาความปลอดภัย ห้องครัว ห้องพยาบาล ระบบจัดการขยะ สถานที่อำนวยความสะดวกอื่นๆ การจัดเจ้าหน้าที่ดูแลในแต่ละวัน

ทั้งนี้การดำเนินการมารตรการในประเทศ ให้ สธ. ร่วมกับ คมนาคม ร่วมกันคัดกรองที่สนามบินและจำแนกกลุ่ม ดังนี้

กรณีที่ 1 หากป่วย หรือ สงสัยว่าป่วย ให้แยกพักรักษา ที่ สถานพยาบาล

กรณีที่ 2 กรณีที่ไม่ป่วย แต่มาจากพื้นที่ระบาดเสี่ยงสูง แยกพัก ณ พื้นที่ควบคุมโรคที่รัฐบาลกำหนด

กรณีที่ 3 กรณีไม่ป่วย หากเดินทางจากพื้นที่อื่น ให้แยกพัก ณ พื้นที่ที่อยู่ในการกำกับ ของผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคต่อเนื่อง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด กักกันตนเองอยู่ที่บ้าน / ที่พัก เป็นเวลา 14 วัน งดกิจกรรมทางสังคม ไม่ไปอยู่ในที่คนหนาแน่น หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านควรสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ เป็นสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยให้ประเทศไม่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง

แต่ยังพบว่า กลุ่มคนดังกล่าวมีกิจกรรมทางสังคม เช่น ไปทานอาหารนอกบ้าน ฉะนั้น จะมีการยกระดับ ของผู้ที่เดินทางมาก่อนหน้านี้ ซึ่ง สธ.มีรายชื่ออยู่ในมือแล้ว ขอให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยจะมีเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายไปติดตามเฝ้าระวังจนครบไม่น้อยกว่า 14 วัน ซึ่งท่านอาจจะเป็นคนสบายดี ไม่ติดเชื้อ แต่เพื่อป้องกันโอกาสเสี่ยงแพร่ระบาดต้องมีสำนึกรับผิดชอบ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก สธ. กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครวมสะสม 3,895 ราย ให้กลับบ้านแล้ว 2,319 ราย รักษาใน รพ. 1,576 ราย ขณะนี้สถานการณ์ทั่วโลกมีผู้ป่วยจำนวน 80 ประเทศ พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 94,380 ราย เสียชีวิต 3,221 ราย หลายประเทศยังคงมีผู้ป่วยจำนวนเพิ่มมากขึ้น เช่น เกาหลีใต้ ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 435 ราย อิหร่าน 586 ราย เป็นต้น ส่วนประเทศไทยแม้จะเพิ่มเป็น 47 ราย แต่อันดับจำนวนผู้ป่วยลดลงมาอยู่ที่ 20 ของโลก ต่อจากนอร์เวย์ที่มี 48 ราย

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ผู้ป่วยยืนยันรายใหม่นั้น มีการติดตามผู้สัมผัส ทั้งผู้สัมผัสระหว่างเดินทาง ผู้โดยสารเครื่องบินลำเดียวกัน ผู้สัมผัสที่บ้าน หรือผู้ที่เดินทางมาตรวจรักษาในรพ.ขณะนั้น โดยมีข้อมูลแล้วอยู่ระหว่างเก็บตัวอย่างส่งตรวจ และเฝ้าสังเกตอาการให้ครบ 14 วัน สำหรับกรณีมีคนเสียชีวิตหลังกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงคือญี่ปุ่น ผลตรวจแล็บออกมาแล้วว่า ไม่ใช่

อ่าน ทร.รับลูกรัฐบาล เตรียม อาคาร 3-8 อ่าวดงตาล ฐานทัพเรือสัตหีบ กักผีน้อย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน