เมื่อวันที่ 5 มิ.ย ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค ถนนเลียบทางด่วนอาจณรงค์รามอินทรา นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” กรรมการบริษัทเอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด และบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ย่านรัชดาภิเษก และสุขุมวิท 63 บริษัทที่นำเข้าเกี่ยวกับรถหรู พร้อมทนายความ ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องการ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หลังจากมีการละเมิดด้วยการปิดโชว์รูมรถหรูย่านรัชดาและเอกมัย โดยไม่มีหมายศาล นานกว่า 3 สัปดาห์ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้ และแจ้งข้อหาเจ้าหน้าดีเอสไอ ในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายอินทระศักดิ์ เปิดเผยว่า รถที่ถูกดีเอสไอกล่าวหาว่ามีการนำเข้าโดยผิดกฎหมาย โดยตนได้แสดงราคาอย่างถูกต้อง ตามหลักการการประเมินของคณะกรรมการภาษีอากรกรมศุลกากร ที่จะมีการเทียบราคากลางจากเว็บไซต์บริษัทผู้ผลิต โดยทางบริษัทนำเข้าได้ว่าจ้างบริษัท ชิปปิ้ง เป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารและพิธีการทางศุลกากร โดยรถ 1 คันจะต้องมีการเสียภาษีร้อยละ 328

ขณะเดียวกันมีการตั้งข้อสังเกตว่าทางดีเอสไอเข้ามาอายัดรถในบริษัทของตน ทำให้ธุรกิจเสียหายหลายร้อยล้าน เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเสียชื่อเสียงและหมดความน่าเชื่อถือ ส่วนเรื่องที่ดีเอสไอจะเรียกเข้าไปชี้แจงถึงรถ 34 คัน ที่ถูกอายัด ตนพร้อมและยินดีที่จะเข้าพบทางดีเอสไอ และหลังจากที่ดีเอสไอเข้าไปยึดอายัดรถที่ถูกโจรกรรม และสำเด็จแดง ทางบริษัทให้ทนายความตรวจสอบไปยังประเทศอังกฤษซึ่งยังไม่มีข้อมูล และหลังดีเอสไอเข้าอายัดรถก็ไม่มีการแสดงเอกสาร หลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจริงหรือไม่

นายอินทระศักดิ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าดีเอสไอ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากนำกำลังและรถยนต์มาปิดหน้าทางเข้าโชว์รูมรถทั้ง 2 ที่ของตน โดยไม่มีหมายจากศาลแต่อย่างใด และเมื่อตนทวงถามไป กลับไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าตนมีความผิดอะไร ทราบเพียงว่าต้องการอายัดรถของตนกว่า 30 คัน ในข้อหาสำแดงเท็จเท่านั้น และไม่ได้มีหลักฐานที่ระบุว่ารถในโชว์รูมตนมาจากการโจรกรรมตามที่กล่าวอ้าง จึงอยากฝากถามไปถึงดีเอสไอว่า การกระทำดังกล่าวนั้นถูกต้องแล้วหรือ ยังยืนว่ามีเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง รถทุกคันมีเลขตัวถัง ไม่มีการโจรกรรมมา รวมทั้งมีการเสียภาษีในประเทศไทยอย่างชัดเจน

ในส่วนรถแลมโบกินี สีเขียว ที่ดีเอสไอระบุว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากต่างประเทศตามที่เป็นข่าว นั้นนายอินทระศักดิ์ ชี้แจงว่า วันที่นำเข้ารถคันดังกล่าวคือเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนำเข้าตนเสียภาษีเรียบร้อยแล้ว และทางตำรวจกองปราบและตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสงสัยว่ารถดังกล่าวจะเข้ามาผิดกฎหมาย จึงขอตรวจสอบ ซึ่งสุดท้ายก็พบว่ารถดังกล่าวมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย กระทั่งวันที่ 3 ก.พ. ตนจึงลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่ารถคันดังกล่าวดำเนินการทุกอย่างถูกต้อง ซึ่งก็ถือเป็นอีกหลักฐานในการเตรียมชี้แจงกับดีเอสไอและตนจะเข้าร้องเรียนไปยัง นายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะแถลงข่าวนายอินทระศักดิ์นำรูปถ่ายที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ มาปิดกั้นโชว์รูม และเอกสารรถจำนวน 2 คัน ที่ถูกส่งไปประเทศฮ่องกงที่มีปัญหาที่ดีเอสไออ้างว่าเป็นรถที่ดีเอสไอบอกว่าผิด ขณะนี้ตนกำลังนำรถดังกล่าวมาให้ทำการตรวจสอบและรถทั้ง 2 คันนี้ถูกส่งไปก่อนที่จะมีเรื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน