จับแล้ว “ไอ้บิว โพธิ์ เสด็จ” หัวโจกแหกห้องขังเมืองคอน เพื่อนอีกคนโดนด้วย ตร.ล่าอีก 2

กรณี นายสันติ ชนะชัย อายุ 28 ปี หรือบิว โพธิ์เสด็จ นายยามีน จันทร์อุทัย อายุ 19 ปี นายเฉลิมพล จันทร์ยัง อายุ 27 ปี และนายพงศ์พันธ์ โภคะสวัสดิ์ อายุ 37 ปี แหกห้องขัง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา แถมยังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ตำรวจเร่งล่าตัวอย่างด่วน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว ล่าระทึก!! 4 ผู้ต้องหา แหกห้องขังกลางดึก กรูดันประตู-จนตร.หงายหลังกระเด็นเผ่นหนี(คลิป)
อ่านข่าว ล่า‘บิว โพธิ์เสด็จ’หัวโจกแหกห้องขัง แฉสุดอันตราย เคยฆ่าคนตาย-โดนจับมา 5 ครั้ง

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งล่าผู้ต้องหาคดียาเสพติดทั้ง 4 คน จนในที่สุด พ.ต.ท.ธีรพล พุ่มพิชัย สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายยามีน จันทร์อุทัย อายุ 19 ปี ซึ่งหลบหนีไปกบดานอยู่ท้องที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่กำลังจะขึ้นรถโดยสารเพื่อหลบหนีต่อ จากนั้นจึงควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเบื้องต้นนายยามีน อ้างว่า เห็นเพื่อนหนีก็หนีด้วย ก่อนไปกบดานที่บ้านญาติ กระทั่งถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ต่อมาพ.ต.ท.ธีรพล ได้รับแจ้งว่านายสันติ หรือบิว โพธิ์เสด็จ ผู้ต้องหารายสำคัญ หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านเพื่อนท้องที่หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมก่อนเข้าจู่โจมจับกุมตัวนายสันติ ได้ ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนั้น นายสันติ พยายามดิ้นขัดขืน แต่สู้กำลังตำรวจที่มากันหลาย 10 นายไม่ได้ จึงจำนนแต่โดยดี ก่อนถูกควบคุมตัวไปสอบสวน

เบื้องต้นนายสันติ ให้การโดยอ้างว่า เพื่อนในกลุ่มที่หลบหนีได้ชักชวน จึงได้หลบหนีจากห้องขังด้วย เพราะเห็นว่าตำรวจอยู่เวรไม่กี่คน และขณะที่สิบเวรควบคุมตัวผู้ต้องหารายหนึ่งมาคุมขังในห้องขัง จึงถือโอกาสขณะที่กำลังไขกุญแจช่วยกันผลักประตูห้องขังจนสิบเวรคนนั้นกระเด็นหงายท้อง ก่อนพากันวิ่งหนี กระทั่งมาโดนจับกุมในที่สุด ขณะตำรวจได้แจ้งข้อหาหลบหนีการควบคุมในที่คุมขังของเจ้าพนักงานเพิ่มอีกคดี

อย่างไรก็ตามตำรวจได้ระบุว่า จะเพิ่มมาตรการในการควบคุมผู้ต้องหาให้เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมจัดเวรยามเพิ่มเติมเพื่อป้องกันเหตุผู้ต้องหาหลบหนี และในส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 2 คนคือ นายเฉลิมพล และ นายพงศ์พันธ์ คาดว่าจะได้ตัวเร็วในเร็วๆ นี้ ซึ่งตำรวจพอจะทราบเบาะแสในเบื้องต้นแล้ว