วันที่ 1 ก.ย. นายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 ให้ความเห็นกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จากการออกคำสั่ง ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่ขอคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มนปช. จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น
ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานใหม่ว่าการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิด ในขณะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ต้องผ่านการไต่สวนของ ป.ป.ช. และส่งอัยการฟ้องต่อศาลฎีกานักการเมือง ที่เราโต้แย้งกันมาตลอดว่าข้อหาฆ่าคนตายไม่ได้อยู่ในอำนาจไต่สวนของ ป.ป.ช. แต่เมื่อศาลฎีกามีการวางแนวฎีกาถือเป็นบรรทัดฐานว่าต่อไป ป.ป.ช.ต้องไต่สวนข้อหาฆ่าคนตาย หรือข้อหาอื่นที่เกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ไปด้วย
และประเด็นสำคัญตอนนี้ คือ ประธาน ป.ป.ช.เองก็พูดออกมาแล้วว่าหากมีพยานหลักฐานใหม่ ป.ป.ช.ก็อาจรื้อฟื้นคดีขึ้นได้อีก แม้ยังไม่ทราบว่าหลักฐานที่มีการพิจารณาไปแล้วมีรายละเอียดเป็นอย่างไร แต่เมื่อศาลฎีกาวางแนวคำพิพากษาไว้แล้วก็จะนำคำวินิจฉัยไปประกอบการยื่นคำร้องเพื่อรื้อฟื้นคดีและให้ ป.ป.ช.ไต่สวนทุกๆ ข้อหาที่เกี่ยวข้องด้วย และการร้องครั้งใหม่นี้นอกจากตัวนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ก็ร้อง ป.ป.ช.ให้ไต่สวนเจ้าหน้าที่ทุกระดับที่เกี่ยวข้องเนื่องจากหลายคำสั่งเห็นแล้วว่าการตายเกิดขึ้นจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฎิบัติตามคำสั่งของ ศอฉ. ไม่ใช่ไต่สวนเฉพาะนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงๆเท่านั้น
ส่วนเรื่องระยะเวลาในการยื่นคำร้องครั้งใหม่นั้นขอดูรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนยังไม่กำหนดเวลาที่แน่นอน และเอกสารหลักฐานมีจำนวนมาก ในชั้นแรกอยากจะเห็นสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ที่ไม่ชี้มูลไปว่าใช้หลักฐานอะไร รวบรวมพยานหลักฐานจากที่ไหนมาบ้าง แต่พยานหลักฐานใหม่ที่จะยื่นต่อป.ป.ช.ตามเงื่อนไข ตอนนี้คิดว่ามีอยู่แล้วและมากกว่าที่เคยยื่นให้ป.ป.ช.ครั้งแรก เราจะมีคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องขึ้นมากอีก