เปิดไทม์ไลน์ บุคลากรทางการแพทย์ ติดโควิด รายที่7 นอนร่วมห้องรายที่6

14 ธ.ค. 2563 - 13:21 น.

สธ. เผยไทม์ไลน์บุคลากรทางการแพทย์ ป่วยโควิด รายที่ 7 เคยทำงานร่วมกับผู้ป่วยรายที่ 4 และเป็นเพื่อนร่วมห้องผู้ป่วยรายที่ 6 ย้ำไม่มีผู้สัมผัสเพิ่ม-ไม่ต้องกังวล

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 14 ธ.ค.2563 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย ว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นเพศหญิงอายุ 27 ปี มีประวัติเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยเป็นเพื่อนร่วมห้องพักของผู้ป่วยรายที่ 6 แต่อยู่ในการกักกันเฝ้าระวังอาการในโรงพยาบาลเอกชน จึงไม่ได้สัมผัสผู้อื่นเพิ่ม มีความปลอดภัย ถือเป็นผู้ป่วยรายที่ 7 ของกลุ่มนี้

ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรค พบไทม์ไลน์คือ วันที่ 4 ธ.ค. ทำงานร่วม Ward กับผู้ป่วยรายที่ 4 ที่เริ่มป่วยเป็นคนแรก วันที่ 5-7 ธ.ค. พักอาศัยร่วมห้องกับผู้ป่วยรายที่ 6 ก่อนที่จะทราบว่าผู้ป่วยรายที่ 6 ติดเชื้อ วันที่ 8 ธ.ค. เก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อครั้งแรก ผลไม่พบเชื้อ วันที่ 9-11 ธ.ค. เข้ารับการกักกันในโรงพยาบาลเอกชน ระหว่างนี้ไม่มีอาการ วันที่ 12 ธ.ค. มีอาการเจ็บคอ แน่นจมูก ผลตรวจแล้วพบเชื้อ ขณะนี้อยู่ในการดูแลรักษาของแพทย์


“ผู้ป่วยรายที่ 7 อยู่ในสถานที่กักกันตั้งแต่วันที่ 8-12 ธ.ค. จึงไม่ต้องกังวล ส่วนผู้ที่พักในคอนโดเดียวกัน หากไม่มีอาการป่วย ไม่มีอาการผิดปกติ ถือเป็นกลุ่มที่ไม่เสี่ยง ส่วนกรณีสงสัยว่าอาจจะมีอาการป่วย เนื่องจากมีความใกล้ชิดช่วงก่อนหน้านี้ หากมีอาการทางเดินหายใจ ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ไม่ได้กลิ่น ไม่รับรส สามารถไปตรวจสถานพยาบาลใกล้บ้านได้ อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพบว่าเป็นการติดเชื้อภายในเพื่อนร่วมงานที่ใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้น แต่ขอให้ประชาชนยังคงตระหนักป้องกันโรคด้วยการใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อย ๆ ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสที่ใช้ร่วมกัน” นพ.โสภณ

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่มาจากเมียนมา 6 ราย เข้ามาอย่างถูกต้องและเข้ารับการกักกันใน Local Quarantine จ.เชียงราย เมื่อตรวจพบเชื้อ ได้รับการดูแลรักษาใน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จึงไม่ต้องตระหนก เนื่องจากไม่ได้สัมผัสกับผู้อื่น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เปิดไทม์ไลน์ บุคลากรทางการแพทย์ ติดโควิด รายที่7 นอนร่วมห้องรายที่6
ข่าวที่เกี่ยวข้อง