ผบก.น.5 สั่งการ ตรวจสอบ โรงแรม หลังพบกลุ่ม ดีเจมะตูม จัดปาร์ตี้ จนติดโควิดไปแล้ว 26 คน ชี้ เจ้าหน้าที่ กทม. มีหน้าที่แจ้งความเอาผิด ตาม พ.ร.บ.
จากกรณี “ดีเจมะตูม” เปิดเผยว่าตนเองติดโควิด-19 และมีการย้อนไทมไลน์ทำให้ทราบว่า ไม่มีการกักตัว ยังฝ่าฝืนจัดปาร์ตี้ จนทำให้กลายเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ มีผู้ติดเชื้อจากงานปาร์ตี้ดังกล่าว 26 รายแล้วนั้น
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ม.ค.64 รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 สั่งให้พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินการประสานงานตรวจสอบร่วมเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค คือเจ้าหน้าที่เขต และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขแล้วในกรณีดังกล่าว เนื่องจากโรงแรมบันยันทรี อยู่ในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ
การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและผู้เกี่ยวข้องนั้น ต้องรอให้เจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค คือเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าสาธารณสุข เข้าแจ้งความ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการตามความผิดกฎหมายที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น คดีอาชญากรรม แต่กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ที่ต้องใช้องค์ความรู้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือผู้มีอำนาจอย่างเจ้าหน้าที่กทม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการดำเนินการทางกฎหมาย หากไม่มีเจ้าพนักงานดังกล่าวเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจดำเนินการดังกล่าวตามที่โยนมา และมีการกล่าวอ้างในโลกโซเซี่ยล ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบ
พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ ได้ดำเนินการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เขต และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในการจัดชุดควบคุมโรคฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคภายหลังทราบกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ส่วนการแจ้งความเอาผิดนั้น ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าพนักงานแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากมีการแจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม พบว่า ศบค. ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม.แล้ว โดยกรมควบคุมโรคเห็นว่า ในส่วนของผู้ติดเชื้อที่ปิดข้อมูลนั้น พฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติการ พรบ.โรคติดต่อ 2558 รวมถึงกฎหมายอื่นๆ 1.มีความผิดฐานขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวก แก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามมาตรา 55 แห่ง พรบ.โรคติดต่อ 2558 มีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท รวมทั้งอาจแจ้งมีความผิดข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย”
ไม่ใช่เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง สถานที่ที่ใช้จัดเลี้ยงสังสรรค์ อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนการจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค และไม่จัดให้มีมาตรการที่ราชการกำหนด และบุคคลที่เข้าไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ ก็อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนการห้ามทำกิจกรรม หรือมั่วสุมในสถานที่แออัด ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ย่อมเป็นความผิด

