พ่อบุกร้องปคม.เอาผิด ส.ท.ร่วมแก๊งโจ๋รุมโทรมลูกสาววัย 18 ปีที่ลพบุรี เหยื่อสุดช้ำเครียดจะฆ่าตัวตาย ต้องกินยานอนหลับ เร่งประสานพม.เยียวยา
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

กรณีหญิงสาววัย 18 ปี ที่จ.ลพบุรี ถูกกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 12 คน รุมโทรม ที่กระต๊อบกลางทุ่งนาเมื่อเดือนกันยายนและตุลาคม 63 โดยทางพ่อของผู้เสียหายเข้าพบกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอความช่วยเหลือ และหาแนวทางดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ โดยอ้างคดีไม่มีความคืบหน้า ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 3 ก.พ.64 ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม นายเอ (นามสมมติ) พ่อของ น.ส.บี (นามสมมุติ) วัย 18 ปี และหญิงสาวผู้เสียหาย นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม.
เพื่อเร่งติดตามคนร้ายที่รุมโทรมข่มขืน น.ส.บี รวม 13 คน มาดำเนินคดี หลังถูกกระทำถึง 2 ครั้งในปี 2563 โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุเป็นนักการเมืองท้องถิ่นในจ.ลพบุรี โดยมี พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง และ พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม.เป็นผู้รับเรื่อง
นายรณรงค์ กล่าวว่า คดีนี้หญิงอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่าถูกข่มขืน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเดือนก.ย.63 มีผู้ก่อเหตุ 4 คน และครั้งที่ 2 เดือนต.ค.ปีเดียวกัน ผู้ก่อเหตุ 9 คน รวม 13 คน โดยทั้ง 13 คน ถูกแจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะโทรมหญิง และดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงสิ้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา
แต่มี 1 ใน 13 คน ยังไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งเป็นถึงอดีตสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) อายุ 52 ปี โดยพนักงานสอบสวน สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี อ้างว่ามีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ วันนี้จึงมาแจ้งความกับ บก.ปคม.เพื่อขอให้ช่วยติดตามเรื่องนี้ เนื่องจากกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายเอ พ่อผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนทราบเรื่องเมื่อปลายเดือนพ.ย.63 จึงแจ้งตำรวจในท้องที่ดำเนินคดี กระทั่งเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาตำรวจ แจ้งดำเนินคดีผู้ต้องหา 12 คน ไม่รวมอดีตส.ท.รายนี้ ตนจึงกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
เนื่องจากส่วนตัวก็รู้จักกับอดีตส.ท.คนนี้ เพราะอยู่บ้านใกล้เคียงกัน ยืนยันไม่ได้เป็นการกล่าวหา เพราะมีบุคคลเคยเห็นคลิปขณะลูกสาวถูกกระทำ ส่วนอาการของลูกสาวขณะนี้ยังต้องรักษาตัวด้วยการกินยานอนหลับ และมีอาการหวาดกลัว และพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง และที่ผ่านมามีญาติของผู้ก่อเหตุเสนอเงิน 4 แสนบาท รวมถึงมีแม่ของหนึ่งในผู้ก่อเหตุ เสนอขอร่วมหลับนอนกับตนแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับลูกชาย ซึ่งตนปฏิเสธไป
เบื้องต้นตำรวจ บก.ปคม.รับเอกสารหลักฐาน และจะสอบปากคำผู้เสียหาย ก่อนจะประสานกับตำรวจในสภ.พัฒนานิคม ที่ผู้เสียหายได้แจ้งความอยู่แล้วเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา พร้อมติดต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ตรวจสอบและเยียวยาผู้เสียหายตามกฎหมาย

