พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. นำทีมแถลง ทลายเครือข่ายพนัน“เสี่ยโป้” โดนจับยกครัว ถามเลิกได้ไหม แต่ไร้คำตอบ งัดกม.ฟอกเงินตามยึดทรัพย์

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

จากกรณีตร.เปิดปฎิบัติการ “ชัตดาวน์กาแล็กซี่ออนไลน์” ทลายเครือข่ายเว็บพนัน‘เสี่ยโป้’ โดยเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 4 ก.พ. 64 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.)

“เสี่ยโป้”

ไม่ตอบเลิกได้ไหม

นำตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ชุดหนุมาน สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. เข้าทำการจับกุม นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันจัดโฆษณาชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนัน (พนันออนไลน์) และสมคบกันให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 60/23-27 ถนนเพชรเกษม ซอย 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านพักของนายเสี่ยโป้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมควบคุมตัวไปสอบปากคำที่กองปราบฯ

ปฎิบัติการ “ชัตดาวน์กาแล็กซี่ออนไลน์”

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.พร้อม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม.พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ
โดยระบุว่าปฏิบัติการ “ชัตดาวน์กาแล็กซี่ออนไลน์” เป็นการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์รอบกรุงเทพฯ

โดยมีการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 7 จุด สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 16 คน ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน,โฆษณาชักชวนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ผู้อื่นเล่นการพนัน ตาม พ.ร.บ.การพนัน และความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน” ซึ่งในจำนวนนี้มี นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ น.ส.จุฑามาศ จันที ภรรยาของเสี่ยโป้ นายพุทธลักษ์ ชัชอานนท์ พี่ชายเสี่ยโป้ น.ส.พลอยพิชชา ปะตุลัง ภรรยาของนายพุทธลักษ์ รวมอยู่ด้วย

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางเป็นทรัพย์สินต่างๆ อีกหลายรายการ อาทิ รถสปอร์ตปอร์เช่ คาเรร่า สีเทา ทะเบียน 8กจ88 กทม. , เงินสด 2.7 ล้านบาท , อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.และกระสุน 11 นัด , สมุดบัญชีธนาคาร 65 เล่ม ,โทรศัพท์มือถือ 39 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 18 ล้านบาท

สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวนั้นมีเป้าหมายหลักอยู่ที่บ้านพักของนายเสี่ยโป้ ภายในซอยเพชรเกษม 44 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย หน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบ และ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) กระจายกำลังเข้าปิดล้อมทางเข้าออกทุกเส้นทางเพื่อป้องกันการหลบหนี

พบบ้านพักของ นายเสี่ยโป้เป็นอาคารพาณิชย์ตั้งติดกันหลายคูหาเชื่อมต่อถึงกัน ส่วนภายในถูกดัดแปลงเป็นโรงงานรับสกรีนเสื้อ มีนายเสี่ยโป้ และภรรยา แสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับและหมายค้นจากศาลอาญาให้รับทราบ และให้นายเสี่ยโป้ เป็นผู้นำการตรวจค้น

“เสี่ยโป้”

เครือญาติโดนด้วย

เบื้องต้นพบคนงาน ชาวเมียนมา พักอาศัยอยู่ 25 คน ระหว่างตรวจค้นอยู่นั้นเจ้าหน้าที่พบนายพัชรพล จันทร์สว่าง ลูกน้องของเสี่ยโป้ เดินอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทีมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นร่างกาย พบอาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 11 นัดจึงทำการจับกุมด้วย

หลังเสร็จสิ้นการตรวจค้น เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนายเสี่ยโป้ พร้อมภรรยา และนายพัชรพล ลูกน้อง และ ผู้ร่วมกระทำผิดที่เหลือทั้งหมดมาสอบสวนดำเนินคดีต่อยังกองบังคับการปราบปราม ส่วน แรงงานชาวเมียนมา ทั้ง 25 คน นั้น ได้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจคัดกรองโรค ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำในฐานะพยาน

ผบ.ตร.นำทีมแถลง

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ใช้เวลาสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานนานร่วม 4 เดือน เนื่องจากพบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่การจัดการต่างๆอย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีทีมงานกฎหมายคอยให้การช่วยเหลือ จึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบครอบ

กระทั่งสามารถขอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวทั้งหมดได้ 31 หมายจับ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้รวมทั้งหมด 15 คน แบ่งเป็นการจับกุมตามหมายจับคดีพนัน 12 คน จับกุมเหตุซึ่งหน้าคดีครอบครองอาวุธปืน 1 คน คดีครอบครองยาเสพติดไอซ์ 1 คน และผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าอีก 1 คน

ทั้งหมดพนักงานสอบสวนจะได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว พร้อมกับกำชับให้เร่งขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออย่างต่อเนื่อง

“เสี่ยโป้”

ยึดรถหรู

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนนายเสี่ยโป้ จากการตรวจสอบประวัติพบเคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง บางคดีที่ศาลสั่งลงโทษ รวมถึงยังรอลงอาญา และยังมีอีก 2 คดีในพื้นที่ของสน.ภาษีเจริญ กับ สน.บางเขน ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ส่วนในคดีล่าสุดนี้มั่นใจว่าจะสามารถส่งฟ้องศาลได้อีกเช่นกัน

ทั้งนี้ในส่วนของรายละเอียดการสอบสวนเสี่ยโป้นั้น เป็นเรื่องในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่จากการสอบถามนายเสี่ยโป้ให้การอ้างว่าตัวเองก็เป็นผู้เสียหาย เพราะถูกปลอมเฟซบุ๊ก เคยเข้าแจ้งความไว้หลายครั้งแล้ว ซึ่งตรงนี้เราก็ให้ความเป็นธรรม จริงเท็จหรือไม่ก็ว่ากันตามพยานหลักฐาน

แต่จากแนวทางสืบสวน พบว่า เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ของนายเสี่ยโป้นั้นถือว่าจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ หลังจากนี้จะตรวจสอบกวาดล้างให้หมดทุกเครือข่าย ไม่ใช่เพียงแค่เครือข่ายนายเสี่ยโป้เท่านั้น ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายเล็กหรือใหญ่ บนหรือล่าง ก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด

“เสี่ยโป้”ไม่ตอบเลิกได้ไหม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างพูดคุยอยู่นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้ถามนายเสี่ยโป้ ว่า ขอให้เลิกทำอาชีพแบบนี้ได้ไหม ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับฟัง แต่ไม่ยอมตอบอะไร

ด้าน พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า เครือข่ายพนันของผู้ต้องหามีการทำกันเป็นขบวนการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน อาทิ ชักเชิญชวนคนมาเล่นพนัน ,การจ้างวานเปิดบัญชี ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน แอดมินดูแลเว็บไซต์ซึ่งมีด้วยกัน 6 เว็บไซต์ แบ่งเป็นเว็บหลัก 2 เว็บ ส่วนที่เหลือเป็นเว็บย่อยที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด

ที่ผ่านมามีการตรวจสอบพบวงเงินหมุนเวียนร่วมหลักพันล้านบาท ซึ่งก็เข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันสบคบกันฟอกเงิน ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

“เสี่ยโป้”

นำเซฟมาตรวจสอบ

ขณะเดียวกันรายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับเว็บพนันออนไลน์ของเสี่ยโป้นั้น จากการตรวจสอบพบหลักฐานมีรายได้หมุนเวียนจำนวนมหาศาล ที่เสี่ยโป้ได้มาจากธุรกิจเว็บพนัน รายได้ส่วนใหญ่จะถูกยักย้ายถ่ายเทไปยังกลุ่มเครือญาติ ก่อนนำไปฟอกเป็นทรัพย์สินมีค่าต่างๆอาทิ รถหรู ที่ดิน หรือ การทำบุญ แจกเงินช่วยเหลือชาวบ้าน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และประสานข้อมูลร่วมกับทาง ปปง. เพื่อเอาผิดและตามยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการพนัน ตามพรบ.กฎหมายฟอกเงิน อีกด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่าต้นทางเซิร์ฟเวอร์เว็บพนันออนไลน์ดังกล่าวนั้นมีที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบด้วย

สำหรับผู้ต้องหาที่เหลือซึ่งยังอยู่ระหว่างหลบหนีนั้น หนึ่งในนั้นมี น.ส.บานเย็น ชาญนรา มารดาของนายเสี่ยโป้ รวมอยู่ด้วย ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวไม่นาน มีรายงานว่าน.ส.บานเย็น ก็ได้ติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ เพื่อจะขอเข้ามอบตัวที่กองปราบในวันพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) นี้อีกด้วย

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน