จับสึกพระ 2 รูปจากหมู่บ้านทะลุฟ้า นิมนต์มาที่วัดเบญจมบพิตรก่อนให้สึก เผยเป็นพระเร่ร่อน ไม่รับรองสถานะ ตร.พาขึ้นรถตู้ไม่รู้จุดหมายปลายทาง
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

เมื่อวันที่ 28 มี.ค.64 พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 พร้อม พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.อคฝ.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) รวม 4 กองร้อย ขอคืนพื้นที่คืนบริเวณซอยพระราม 5 เลียบคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้สะพานชมัยมรุเชฐข้างทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นพื้นที่ปักหลักการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเดินทะลุฟ้า ที่ชุมนุมค้างคืนมาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา นั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปฏิบัติการดังกล่าว มีการพาภิกษุอย่างน้อย 3 รูปไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร หนึ่งในนั้นคือ พระพุทธิเชฎโฐ ภิกขุ จากวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน โดยเข้าพบเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรฯ มีการสนทนาธรรมถึงความเหมาะสมในการเข้าพักที่หมู่บ้านทะลุฟ้าพร้อมผู้ชุมนุม
โดยบทสนทนาตอนหนึ่งระหว่างพระพุทธิเชฎโฐ ภิกขุ และเจ้าอาวาส รวมถึงพระอีกรูปหนึ่งซึ่งไม่ใช่ฝั่งพระผู้ชุมนุม มีการถกเถียงกันถึงพระวินัย โดยพระพุทธิเชฎโฐ ภิกขุ ยืนยันว่า สามารถพำนักที่หมู่บ้านทะลุฟ้าได้ เพราะพระวินัยไม่ได้ห้าม ในขณะที่อีกฝั่งระบุว่า ไม่ใช่หน้าที่ของสงฆ์ที่จะไปปักหลักช่วยเหลือผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ รายงานข่าวเบื้องต้นแจ้งว่า มีการลาสิกขาบทแล้วอย่างน้อย 2 รูป ที่เหลือถูกนมัสการขึ้นรถตู้ ไม่ทราบจุดหมายปลายทาง
ต่อมา พระมหาสมชาย ปัญญาภารโน เลขานุการเจ้าคณะแขวงดุสิต ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าภิกษุสึกแล้ว 2 รูป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนิมนต์มาที่วัดเบญจมบพิตรตั้งแต่ราว 06.00 น.
ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. มีการโทรศัพท์ติดต่อต้นสังกัด โดยได้รับแจ้งว่าไม่รับรองสถานะของภิกษุทั้ง 2 รูป ไม่ต้องพากลับไปที่วัด การดำเนินการให้ขึ้นกับเจ้าหน้าที่หรือพระวินยาธิการจะจัดการร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
“ในเมื่อต้นสังกัดไม่รับรองแล้ว ถือเป็นภิกษุเร่ร่อน ก็ต้องนิมนต์สึก ไม่ได้จับกระชากสึก แต่สึกด้วยความสมัครใจ เนื่องจากไม่มีต้นสังกัด” พระมหาสมชาย กล่าว
พระมหาสมชาย กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวร่วมกับพระครูพิทักษ์รัตนวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร พระครูสีลวิมลรัตน์ เจ้าคณะแขวงถนนนครไชยศรี เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน รวมถึงพระวินยาธิการเขตดุสิต
ที่มา มติชนออนไลน์
