สภากาชาดไทย ขาดเลือดหนัก ขอบริจาคโลหิต ช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศ

23 เม.ย. 2564 - 10:07 น.

สภากาชาดไทย-โรงพยาบาลทั่วประเทศ ขาดเลือดหนัก วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยบริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติโควิด ส่งต่อโลหิตช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 23 เม.ย.2564 รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยที่โรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 340 แห่ง มีความต้องการใช้โลหิตวันละ 6,500-7,000 ยูนิต ปัจจุบันปริมาณโลหิตบริจาคทั่วประเทศ ได้เพียงวันละ 2,000 ยูนิตเท่านั้น เนื่องจากจำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมากทุกแห่ง

รศ.พญ.ดุจใจ กล่าวต่อว่า หน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต พนักงานหลายองค์กรต้องทำงานที่บ้าน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดหรือมีการกักตัว โรงพยาบาลทุกแห่งขาดเลือด ไม่มีโลหิตเพียงพอในการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ โรคธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต

สภากาชาดไทย-โรงพยาบาลทั่วประเทศ ขาดเลือดหนัก วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยบริจาคโลหิต

สภากาชาดไทย-โรงพยาบาลทั่วประเทศ ขาดเลือดหนัก วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยบริจาคโลหิต

รศ.พญ.ดุจใจ กล่าวอีกว่า ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป การชะลอและเลื่อนการรักษาด้วยโลหิต อาจส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงชีวิตได้ ขอให้ผู้บริจาคโลหิตเชื่อมั่นในการทำงานของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ผู้ทำหน้าที่จัดหาโลหิตบริจาคที่ปลอดภัยให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยยกระดับ มาตรการ 3 ข้อ “คัดกรอง เข้มงวด ครอบคลุม” ดังนี้

1.คัดกรอง สำหรับผู้บริจาคโลหิต ขอให้คัดกรองตนเองก่อนมาบริจาคโลหิต เช่น หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง มีผื่นขึ้น เดินทางไปยังสถานบันเทิง ตลาด สถานที่แออัด พื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย/ผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ต้องงดบริจาคโลหิตอย่างน้อย 14 วัน

สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สามารถบริจาคโลหิตได้ ดังนี้ กรณีฉีดวัคซีน Sinovac เว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้ กรณีฉีดวัคซีน Astrazeneca และ Johnson & Johnson เว้น 4 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้ หากมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้รอหลังหายดีแล้ว เว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้

2.เข้มงวด บุคลากรมีความตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทุกคนในพื้นที่สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีแอลกอฮอล์เจลล้างมือทุกจุดสัมผัส สถานที่และอุปกรณ์สะอาดปลอดเชื้อ จัดให้มีการเว้นระยะห่าง และจัดตั้งฉากกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้บริจาคโลหิตทุกจุดของกระบวนการบริจาคโลหิต


3.ครอบคลุม โดยมาตรการทั้งหมดครอบคลุมทั้งที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยเคลื่อนที่ และหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ตามมาตรฐานสากล

สถานที่รับบริจาคโลหิต (ส่วนกลาง) สถานที่รับบริจาคโลหิต (ส่วนภูมิภาค)

• ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ได้แก่
• หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 6 แห่ง ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค), บ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), เดอะมอลล์ บางแค, เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

  • ภาคฯ จ.ลพบุรี
  • ภาคฯ จ.ราชบุรี
  • ภาคฯจ.ขอนแก่น
  • ภาคฯจ.นครสวรรค์
  • ภาคฯ จ.เชียงใหม่
  • ภาคฯ จ.ภูเก็ต • ภาคฯ จ.ชลบุรี
  • ภาคฯ จ.นครราชสีมา
  • ภาคฯ จ.อุบลราชธานี
  • ภาคฯ จ.พิษณุโลก
  • ภาคฯ จ.สงขลา
  • ภาคฯ จ.นครศรีธรรมราช

โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 6 แห่ง

• โรงพยาบาลตำรวจ
• โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช • โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ
• โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
• โรงพยาบาลรามาธิบดี
• โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
• สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

ขอความร่วมมือ ผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงตามความเป็นจริง หากไม่แน่ใจ ควรงดการบริจาคโลหิตชั่วคราว เพื่อเว้นระยะเวลาการพบเชื้อ 14 วัน ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต และตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่รับบริจาค สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600 – 99 ต่อ 1760

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ สภากาชาดไทย ขาดเลือดหนัก ขอบริจาคโลหิต ช่วยผู้ป่วยทั่วประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง