เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 23.15 น. คืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พงศกร เหมราช รองผกก.สืบสวน สภ.เมืองราชบุรี รายงานจากศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ตำบลหลุมดิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ว่ามีสามีภรรยาทะเลาะกันอย่างรุนแรงส่งเสียงดังก่อนจะได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด และพบว่าภรรยาบาดเจ็บสาหัสนอนฟุบด้วยอาการบาดเจ็บและมีเลือดไหลนองออกมาจากศีรษะ
หลังรับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบจากนั้นรีบเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครมูลนิธิประชานุกูรราชบุรี และชุดกองพิสูจน์หลักฐาน สภ.เมืองราชบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลราชบุรี เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ในโครงการใน ตำบลหลุมดิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

พบมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเนื่องจากทนบาดแผลไม่ไหว ในสภาพสวมเสื้อลายจุดเสือแบบผ้าบางมีเสื้อซับใน สวมกางเกงสีกรมท่าขาสั้น เสียชีวิตในลักษณะท่านั่งอยู่บนเก้าอี้ ศีรษะพาดตะแคงขวาแนบบนโต๊ะ และมีเลือดไหลนองออกจากที่บริเวณศีรษะและลำตัว ทราบชื่อคือนางสุภาพร อายุ 45 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายสามารถ อายุ 45 ปี สามีผู้ตาย หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป
จากการสอบถามชาวบ้านผู้แจ้งทางศูนย์บริการประชาชน 191 ทราบว่าผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุเป็นสามีภรรยาอยู่ด้วยกันมานานหลายปี วันนี้ตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงเวลา 23.00 น.ทั้งคู่ได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ด่าทอและท้าทายกันด้วยเรื่องส่วนตัว โดยฝ่ายสามีเกรงกลัวว่าภรรยาจะปันใจให้ชายอื่น จึงนัดเคลียร์กันบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งฝ่ายภรรยานั่งอยู่บนโต๊ะบริเวณศาลาติดรั้วข้างบ้าน ส่วนสามียืนอยู่ลานสวนหน้าบ้านติดกัน และส่งเสียงด่าทอกันอย่างดัง ทำเอาชาวบ้านถึงกับตกใจ ก่อนที่สามีเลือดร้อนควักอาวุธปืนขึ้นมากระหน่ำยิง โดยปลอกกระสุนตกอยู่ริมรั้วบ้านและพื้นหญ้าจำนวน 7 ปลอก และยังพบหัวกระสุนตกบริเวณใกล้ผู้ตายอีก 2 หัว เป็นขนาด 9 ม.ม. จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายถูกยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัว เสียชีวิตในลักษณะนั่งอยู่บนโต๊ะตัวดังกล่าว ส่วนสามีผู้ก่อเหตุหลังจากใช้อาวุธปืนยิงภรรยาแล้วได้รีบขับขี่รถจักรยานยนต์หนีหายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนลูกๆที่อยู่ในบ้านและเห็นเหตุการณ์ต่างตะโกนส่งเสียงร้องไห้ตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมพยานและหลักฐาน และชันสูตรพลิกศพก่อนเรียกสอบลูกชายของผู้ตายเป็นพยาน ก่อนนำศพส่งโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี และเร่งติดตามตัวนายสามารถ คำแก้ว ผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
