สธ.คาด 1-2 เดือนเห็นผลติดเชื้อลดลงหลังล็อกดาวน์เข้ม ขอทุกคนเริ่มอยู่บ้านตั้งแต่วันนี้ งดเดินทาง Work From Home สกัดแพร่เชื้อไปบ้านอื่น ออกนอกบ้านเฉพาะไปซื้อของ หาหมอ ฉีดวัคซีน พร้อมป้องกันคนในบ้าน ใส่หน้ากากหากัน ลดใกล้ชิด มีความเสี่ยงไปตรวจแอนติเจนเทสต์คิท กทม.จัดตรวจฟรี 4 จุด ติดเชื้อประสาน CCRTeam ดูแล ตั้งเป้า กทม.ลดลงต่ำกว่า 1 พันราย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า มาตรการล็อคดาวน์ในขณะนี้ การจะควบคุมสถานการณ์การระบาดต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากประชาชน อยู่บ้านให้มากที่สุด Work From Home หากมีผู้สูงอายุที่บ้านให้รีบพาไปรับวัคซีน ส่วนการปิดร้านอาหารภายในห้างสรรพสินค้า 14 วันนั้นจะมีการประเมินตามสถานการณ์ว่าจะเปิดได้หรือไม่ หากแนวโน้มดีขึ้นชัดเจนอาจมีการผ่อนคลายให้กลับมาเปิด อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารนอกห้างสรรพสินค้ายังเปิดได้ตามปกติโดยให้ขายกลับบ้านเท่านั้นถึงเวลา 20.00 น.

ด้าน นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกวันในรอบ 4 วันที่มียอดผู้ป่วยรายใหม่เกิน 1 หมื่นราย เสียชีวิตค่อนข้างมาก 80 ราย กระจายทั้งใน กทม. ปริมณฑล จังหวัดชายแดนใต้และจังหวัดอื่นๆ สถานการณ์ช่วงนี้ติดเชื้อรุนแรงค่อนข้างมาก ทั้ง กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับไปรักษาในภูมิลำเนาในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่าน เกิดการระบาดต่อเนื่องในหลายจังหวัด ในครอบครัวและชุมชน เพราะไม่ได้กักตัวเองจนครบ 14 วัน

ทำให้ติดเชื้อจำนวนมากในช่วงนี้ ขณะที่เชื้อสายพันธุ์เดลตาแพร่เร็ว เมื่อติดในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่สูง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีโอกาสอาการรุนแรงได้ สิ่งที่จะช่วยป้องกันอาการรุนแรงของโรค คือ วัคซีน ซึ่งเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2564 ฉีดเพิ่มขึ้น 2.5 แสนโดส ซึ่งช่วงนี้จะเน้นการฉีดในผู้สูงอายุ 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ จะลดความรุนแรงได้

“ใน กทม. เมื่อวานฉีดสะสมกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเกือบ 60% แล้ว ส่วนอีก 40% ที่เหลือจะฉีดให้ครบใน 2 สัปดาห์นี้ ส่วนสมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ยอดฉีดผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งหวังว่าจะฉีดเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ ประเด็นสำคัญลูกหลานบ้านเดียวกันกับพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่ยังไม่ฉีด ต้องรีบพาลงทะเบียนตามช่องทางต่างๆ” นพ.จักรรัฐกล่าว

นพ.จักรรัฐกล่าวว่า สำหรับมาตรการล็อกดาวน์ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) หลายส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชนในการช่วยกันลดการแพร่กระจายเชื้อให้น้อยที่สุด แต่ยังไม่ใช่โทเทิลล็อกดาวน์ 100% มาตรการที่ออกมาเราต้องการให้งดการเคลื่อนที่เดินทาง อยู่ที่บ้าน ลดการแพร่เชื้อจากครอบครัวหนึ่งไปอีกครอบครัวหนึ่ง เพราะการทำกิจกรรมทั้งในที่ทำงาน ภายนอกบ้าน และขนส่งสาธารณะ ทำให้แพร่เชื้อต่อเนื่องได้ เราต้องการให้หยุดแพร่เชื้้อโดยเร็วที่สุด ขอให้ทุกคนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อคนที่เรารัก และเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ แต่วัคซีนทุกยี่ห้อแม้จะฉีดครบแล้วก็มีโอกาสติดเชื้อได้และแพร่เชื้อได้ คนฉีดวัคซีนแล้วก็ต้องช่วยกันอยู่บ้าน ไม่ให้แพร่เชื้อออกไปสู่ครอบครัวอื่นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ มาตรการด้านสาธารณสุขช่วง 14 วันนี้ ขอให้เริ่มวันนี้เป็นวันแรกอย่างจริงจัง คือ 1.ขอให้ทุกคนงดออกจากบ้าน 2.อยู่บ้านก็ต้องป้องกันคนในบ้านด้วย โดยสวมหน้ากากระหว่างพูดคุยในระยะใกล้ชิด แยกกันรับประทานอาหาร แยกที่นอน ทำความสะอาดบริเวณที่จับร่วมกันบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได โต๊ะอาหาร พัดลม รีโมท งดกิจกรรมหรือการสัมผัสที่ใกล้ชิดกันมากๆ

3.เช็กความเสี่ยงของทุกคนในบ้าน ถ้าคนไหนที่เสี่ยงมาก เคยใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ไปสถานที่แออัด ที่ทำงานมีผู้ติดเชื้อ หรือพบลูกค้าจำนวนมาก ให้รีบลงทะเบียนไปตรวจด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit ใกล้บ้านฟรี ว่ามีโอกาสเสี่ยงไปติดเชื้อหรือไม่ เข้าข่ายติดเชื้้อหรือยัง โดยใน กทม.มี 4 จุด คือ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ กองทัพอาการ สนามราชมังคากีฬาสถาน (หัวหมาก) ลานจอดรถชั้น 1 อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) รวมถึคลินิกชุมชนอบอุ่น

4.ถ้าผลเป็นลบไม่ได้หมายความว่าไม่ติดเชื้อ อาจติดเชื้อแต่อยู่ในช่วงฟักตัว ต้องป้องกันตนเองตลอด เพราะมีความเสี่ยง โดย 3-5 วันให้ตรวจซ้ำ ถ้าผลติดเชื้อ ผู้ที่ยังไม่มีไข้ ไอ น้ำมูก หายใจสะดวกต้องรีบประสานทีมมาดูแล ซึ่งเรามี CCR Team ช่วยดูแลใน กทม. และปริมณฑล หรือติดต่อประสานงาน 1330 สปสช. หรือสแกนคิวอาร์โคด จะลงไปดูแลทุกคนที่บ้าน

ถ้าเริ่มมีอาการไอ น้ำมูกไหล หายใจไม่สะดวก ขอคำแนะนำ CCR Team โทร 1330 ประเมินความเสี่ยงคนในบ้าน ผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง อาการป่วย รับวัคซีนหรือยัง เพื่อประสานให้ปรอทวัดไข้ วัดค่าออกซิเจนในเลือด ซึ่งปกติอยู่ที่ 98-100% บางรายอาจเริ่มให้ฟาวิพิราเวียร์ ฟ้าทะลายโจร ผู้สูงอายุในบ้านยังไม่ฉีดก็อาจประสานฉีดวัคซีนด้วย วิธีตรวจสอบว่าสัญญาณเชื้อลงปอดด้วยตนเอง เช่น เดินรอบเตียงแล้วเหนื่อย ยกขาขึ้นลงหลายครั้งหายใจเหนื่อยมาก วัดออกซิเจนน้อยกว่า 96 หรือเดินแล้วค่าลดน้อยกว่า 92 หากมีอาการรุนแรงรีบแจ้ง CCR Taem ประสานหาเตียงไปสู่รักษาขั้นถัดไป และ 5.พาผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ไปฉีดวัคซีน

นพ.จักรรัฐกล่าวว่า แม้จะขอให้งดออกจากบ้าน แต่มีข้อยกเว้นกรณีจำเป็นออกไปซื้อหากับข้าวมารับประทาน เครื่องใช้จำเป็น เครื่องอุปโภคบริโภค ซื้อยา ไป รพ.พบแพทย์ หรือได้คิวไปฉีดวัคซีน หรือกลุ่มคนที่ทำงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อช่้วยในการควบคุมโรค และผู้ปฏิบัติหน้าที่จำเป็นต่อสาธารณะ เช่น ทหาร ตำรวจ รวมถึงจิตอาสาที่มาช่วยเรื่องอาหารในกลุ่มเปราะบาง การออกจากบ้านกรณีต่างๆ มีความสำคัญ ถ้าไม่ระวังตัวอาจรับเชื้อและแพร่ต่อคนในบ้านหรือครอบครัวอื่น

สิ่งที่ต้องทำเป็นประจำ คือ ออกจากบ้านต้องเว้นระยะห่างชัดเจน ตรงไหนยืนซื้อของกันคนเยอะๆ อย่าไปเบียดกับเขา สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ พกเจลแอลกฮออล์ติดตัว หากจับราวรถโดยสาร รถสองแถว รถเมล์ จับแล้วก็เอาแอลกอฮอล์ล้างมือ ป้องกันตนเองขณะเดินทางไปทำงานปฏิบัติหน้าที่ การไปซื้อของอาหาร ไปฉีดวัคซีน เมื่อไปถึงพยายามทำเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากให้มากที่สุด ช่วงนี้การออกนอกบ้านที่อาจจำเป็นต้องรับประทานอาหารร่วมกันขอให้งดด้วย แยกกันทานให้มากกี่สุด หลายหน่วยงานตอนนี้ช่วยกันเป็นจิตอาสาบรรเทาความเดือนร้อนบางส่วน ที่ประชาชนบางส่วนอาจไปซื้อหาอาหารเองไม่ได้ หรือต้องหยุดงานและขาดรายได้ จิตอาสาที่มาช่วยก็ขอให้ระวังตัวเช่นกัน สามารถให้ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือโทรแจ้งแต่ละจังหวัด หรือ อปท.ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ

ถามว่าหลังล็อกดาวน์จะควบคุมการระบาดมากน้อยเพียงใด คาดการณ์ว่าจะลดลงหรือไม่ ใช้เวลานานเพียงใด นพ.จักรรัฐกล่าวว่า หากร่วมมือกันดำเนินการอยู่บ้าน ป้องกันคนในบ้าน สวมหน้ากากตลอดเวลาจะดี มาตรการล็อกดาวน์สัมฤทธิผลมากขึ้น คาดว่ายอดรายใหม่จะลดลง ประมาณ 1-2 เดือนจะลดลงชัดเจน มาตรการจะได้ผลหรือไม่ได้ผลอยู่ที่ทุกคนช่วยกัน ถ้ายังออกจากบ้านแพร่เชื้อไปอีกบานหนึ่ง โอกาสได้ผลก็ลดลง ต้องยืดระยะออกไปอีก ส่วนลดลงเท่าไรเราอยากให้ลดจนเพียงพอขีดความสามารถทางการแพทย์ เตียงรองรับได้พอดี อย่าง กทม.ต้องต่ำกว่าพันราย เป็นตัวเลขที่น่าจะเหมาะสมมาก หรือถ้าต่ำกว่า 500 รายจะเห็นว่าล็อกดาวน์ได้ผลมากขึ้น อยู่ที่เราช่วยกันหยุดแพร่กระจายเชื้อ ลดการเดินทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน