แชร์ว่อนคลิปเจ้าหน้าที่ยิงจาก สน.ดินแดง ตำรวจโร่ชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว ด้านวัยรุ่นชายถูกยิงเข้าที่คออาการยังสาหัส แพทย์รพ.ราชวิถีเร่งทำการรักษา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

วันที่ 16 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มมวลชนมารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้า สน.ดินแดง โดยที่กำลัง คฝ.ยังมาไม่ถึง จากนั้นได้มีเสียงอาวุธปืนดังขึ้น 2 ครั้ง พบชายวัยรุ่นอายุ 14 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณหัวไหล่ด้านขวา 1 นัด หมดสติล้มลงกับพื้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจุฬา เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจรักษา ล่าสุดคณะแพทย์อยู่ระหว่างให้การตรวจรักษา

ส่วนอีกรายเป็นชายอายุประมาณ 20 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณท้ายทอยด้านซ้าย 1 นัดนำส่งรพ.ราชวิถี ขณะนี้ยังมีชีพจรอยู่ แต่อาการสาหัส จากการสอบสวนที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ตร.ยังไม่ทราบว่ากระสุนมาจากทิศใด โดยจะทำการสืบสวนสอบสวนผู้บาดเจ็บและพยานในที่เกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานจากทีมกู้ภัยว่ายังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 รายในย่านดังกล่าวในลักษณะคล้ายกันนำส่งรพ.ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปถ่ายจากมุมสูง ตรงข้ามสน.ดินแดง พบชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่กำลังใช้อาวุธยิงออกมาจากสถานีตำรวจที่ปิดไฟด้านใน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว

จากนั้นพ.ต.อ.รัฐชัย ศรีวิชัย ผกก.สน.ดินแดง ซึ่งได้อยู่ดูแลความปลอดภัย การชุมนุมในบริเวณพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งการรักษาสถานที่ทำการ มาโดยตลอด ได้ชี้แจงและยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ภายในสน. ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ได้มีการใช้อาวุธปืนกระสุนจริงยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าสน.แต่อย่างใด

ส่วนที่ปรากฏในคลิปว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงออกมาจาก สน. โดยมีเสียงจากฝั่งผู้ถ่ายคลิปว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนจริงยิงนั้น ขอยืนยันว่าในการป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หรือก่อความวุ่นวายบริเวณหน้าสน.

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้เพียงกระสุนยาง และเครื่องกีดขวางในการสกัดกั้น ยับยั้งผู้ชุมนุมไม่ให้ก่อความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทางฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง จะได้รวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในส่วนของผู้ที่ได้โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ เป็นเหตุให้ สน.ดินแดง ได้รับความเสียหาย ทาง สน. จะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อพิจารณาว่าเหตุดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือความผิดอื่นหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายให้ครบถ้วนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน