เขื่อนป่าสักฯ ปริมาณน้ำทะลุ 107 % เปิดประตู 7 บานเร่งระบาย แต่น้ำยังไหลเข้าต่อเนื่องไม่หยุด ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนท่วมสูงเกือบ 2 เมตรแล้ว
เมื่อวันที่ 1 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังคงเพิ่มการระบายน้ำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังปริมาณน้ำเกินความจุทะลุ 100 % ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลิทธิ์ มีปริมาณสูงสุดในรอบหลาย 10 ปี
ล่าสุดเช้าปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,027.27 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 107.01 % ของความจุปกติของเขื่อนที่ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยยังมีมวลน้ำเหนือไหลลงเขื่อนอยู่ที่ 117.62 ล้านลูกบาศก์ต่อวัน ทำให้ยังคงมีความจำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 7 บาน เพื่อคงการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอยู่ที่ 104.276 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือ 1,206.90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากปัจจุบันยังมีน้ำเหนือไหลลงเขื่อนในปริมาณมาก ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อน ในพื้นที่ชุมชนบ้านหนองบัว และชุมชนบ้านแก่งเสือเต้น มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวานอีก 50 ซ.ม. ปัจจุบันเป็น 1.7 เมตร
ด้านการช่วยเหลือ ล่าสุดกำลังพลจากกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 2 ค่ายเอราวัณ จังหวัดลพบุรี จัดกำลังพล กว่า 10 นาย พร้อมเรือท้องแบนจำนวน 2 ลำ รถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน 1 คัน และรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ อีก 1 คัน เร่งลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ อพยพประชาชน 63 ครัวเรือน และข้นย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่ ไปยังศูนย์อพยพชั่วคราว ที่ทางอำเภอพัฒนานิคม โดยจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า 6 แห่ง โดยหน่วยทหารยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่ ร่วมกับ ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแก่งเสือเต้น เพื่อดูแลชั่วเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสพภัยในพื้นที่ดังกล่าว ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลีคลาย