หลวงพี่กาโตะ เปิดใจครั้งสุดท้าย ขอยุติเรื่องวุ่น-ยินดีถูกสอบ ลั่นไม่เครียด เผยควรจะต้องแกร่งและชัดเจนเด็ดเดี่ยวในการเผชิญกับปัญหา
จากกระแสข่าวเหตุการณ์คลิปเสียงคล้ายพระหนุ่มนักเทศน์ชื่อดังที่จ.นครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสีกาชื่อ “ตอง” จนกลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง นอกจากนั้นยังมีภาพหน้าจอที่ระบุว่าเป็นการพูดคุยระหว่างสีกากับพระ ทำให้หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่ “พระพงศกร จันทร์แก้ว” หรือ “หลวงพี่กาโตะ” พระนักเทศน์ชื่อดังในภาคใต้ ในขณะที่ต้นเสียงของผู้หญิงได้ออกมายอมรับว่าเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมา ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 29 เม.ย.65 ที่ จ.นครศรีธรรมราช พระพงศกร จันทร์แก้ว หรือหลวงพี่กาโตะ เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าว และขอบคุณผู้ที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอด รวมทั้งขอบคุณผู้ยังเชื่อมั่นในอาตมา โดยระบุว่า จากกระแสข่าวมาจนถึงวันนี้ที่แพร่หลายออกไปนั้น เริ่มเลยเถิดไปมากแล้ว ทางคู่กรณีก็ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง พระผู้ใหญ่ได้กรุณาให้กำลังใจ ในฐานะที่อาตมาเป็นพระชั้นผู้น้อยกับการเจอกับเรื่องแบบนี้ ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
หลวงพี่กาโตะ ยังระบุว่า ด้วยเหตุการณ์ตอนนี้ที่วุ่นวายอย่างมาก ในฐานะที่เป็นผู้ถูกกล่าวอ้างกล่าวหา จึงขอยุติความวุ่นวายตรงนี้เอาไว้ก่อน ขณะที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ด้วยเหตุนี้จึงขอยุติความเคลื่อนไหวข้อมูลต่างๆ ที่จะให้กับสื่อ เนื่องจากไม่เป็นประโยชน์ใดๆ เลย ที่เหลือนั้นขอให้เข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการ ยืนยันยินดีให้ข้อมูลข้อเท็จจริงทุกอย่าง สามารถตรวจสอบได้ถูกต้องและชัดเจน ผลจะออกมาแบบไหนยินดีที่จะน้อมรับ
หลวงพี่กาโตะ ซึ่งมีท่าทีผ่อนคลายกับเรื่องนี้ ได้กล่าวให้กำลังใจผู้ที่กำลังเคร่งเครียดว่า “ทุกคนไม่ควรเคร่งเครียดกับปัญหาทุกอย่าง อาตมาแม้จะเจอเรื่องร้ายแรง แต่ก็ไม่เครียด ควรจะต้องแกร่งและชัดเจนเด็ดเดี่ยวในการเผชิญกับปัญหา”
ด้านพระครูสิริธรรมาภิรัต (ธรรมรัต อริยธมฺโม) เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (ธรรมยุต) ได้ประชุมคณะกรรมการที่ได้จัดตั้งขึ้นมา เพื่อสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ที่ศรีสมบูรณ์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และมีรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการติดตามข้อมูลในเชิงลึกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน มีหลายประเด็นที่ต้องจับตา ทั้งเรื่องการจัดการภายในวัด การจัดการเงินรายได้ของวัด ความขัดแย้งบางอย่างที่เป็นชนวนการจัดการ จึงมีการปล่อยข้อมูลอย่างเป็นระบบ ซึ่งพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ทราบกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมที่จะพิจารณาให้ความเป็นธรรมต่อไป.