พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึงการจัดการจราจรว่า วันที่ 29 ต.ค.เป็นวันแรกที่จะเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ จนกว่ามีการถวายพระเพลิงพระบรมศพ เชื่อว่าใช้เวลานานกว่า 1 ปี จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าไม่ได้เปิดวันเดียวแต่เปิดต่อเนื่องกันไป ทั้งนี้เพื่อลดจำนวนประชาชนที่เดินทางมาพร้อมกันจำนวนมากๆ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้ เนื่องจากมีการกำหนดจำนวนที่ศาลาสหทัยฯ วันละประมาณ 3-4 หมื่นคน พระที่นั่งดุสิตฯ วันละประมาณ 1 หมื่นคน แต่รอบๆ พระบรมมหาราชวังมาได้ตลอด
ทั้งนี้เป็นห่วงเรื่องยานพาหนะ ถ้านำมาทุกคนก็จะเกิดปัญหาการจราจร โดยตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. จะปิดการจราจร 4 จุด ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ได้แก่ แยกหลานหลวง, แยกจปร., แยกอัมรินทร์ และแยกรด. ทางบช.น.จะใช้ดุลยพินิจปิดการจราจรโดยไม่ทำให้ประชาชนเดือนร้อน และแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ส่วนจุดจอดรถรอบในมีเพียงแค่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสโมสรราชนาวี ฉะนั้นขอให้จอดบริเวณรอบนอก 9 จุด ตามที่ได้ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว นอกจากนี้ได้เพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดคัดกรองทั้ง 8 จุด ตรวจดูการแต่งกายให้สุภาพ รวมทั้งตรวจค้นอาวุธ หากพบต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านการจราจร พล.ต.ต.จิรสัตน์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. เปิดเผยว่า บช.น.ได้วางแผนการจราจรจัดการจราจรเต็มรูปแบบรอบพระบรมมหาราชวังและถนนต่อเนื่อง โดยจะมีปิดการจราจรเต็มรูปแบบรอบพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ที่ 29 ต.ค.59 ซึ่งเป็นวันหยุดและเป็นวันแรกที่เปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ คาดการณ์ว่าประชาชนจะเดินทางมาเป็นจำนวนมาก โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป จะปิดถนนทั้งหมด 27 สาย ประกอบด้วย 1.ถนนหน้าพระลานตลอดสาย 2.ถนนหน้าพระธาตุตลอดสาย 3.ถนนราชดำเนินในจากแยกผ่านพิภพ – แยกป้อมเผด็จ 4.ถนนสนามไชย จากแยกป้อมเผด็จ – หน้าสน.พระราชวัง 5.ถนนหับเผย
6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยณไมตรี – สะพานช้างโรงสี 8.ซอยสราญรมย์ 9.ถนนพระจันทร์ 10.ถนนมหาราช 11.ถนนท้ายวัง ตลอดสาย 12.ถนนเชตุพน 13.ถนนเศรษฐการ 14.ถนนเจริญกรุงจากวงเวียนรด.-แยกสะพานมอญ 15.ถนนพระพิพิธ 16.ถนนราชดำเนินนอกจากแยกจปร.-แยกผ่านฟ้า 17.ถนนนครสวรรค์จากแยกจักรพรรดิพงษ์ – แยกผ่านฟ้า 18.ถนนหลานหลวงจากแยกหลานหลวง-แยกผ่านฟ้า 19.ถนนราชดำเนินกลาง 20.ถนนพระสุเมรุ จากแยกวันชาติ-แยกป้อมมหากาฬ 21.ถนนมหาไชย จากแยกสำราญราษฎร์-แยกป้อมมหากาฬ 22.ถนนดินสอ จากแยกวันชาติ-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 23.ถนนดินสอ จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย – แยกมหรรณพ 24.ถนนตะนาวจากแยกตัดถนนข้าวสาร – แยกคอกวัว 25.ถนนจักรพงษ์ จากแยกศาลเจ้าพ่อเสือ – แยกคอกวัว 26.ถนนจักรพงษ์ จากแยกตัดถนนข้าวสาร-ถนนราชดำเนินกลาง และ 27.ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้าจากแยกอรุณอัมรินทร์แยกผ่านพิภพ
สำหรับบนสะพานยกระดับคู่ขนานลอยฟ้า ขาเข้า จะปัดให้ลงทางสะพานพระราม 8 หรือต่างระดับถนนสิรินทร โดยจะเริ่มปิดการจราจรตั้งแต่เวลา 07.00 น. เพื่อรองรับประชาชนเดินทางเข้ามาทั้งจากรถชัตเตอร์บัสและขสมก. จะคัดกรองให้รถมวลชนเข้ามาส่งคน ใน 4 จุด คือ ข้างโรงแรมรัตนโกสินทร์, กองสลากเก่า, ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า และวงเวียนรด. ส่วนรถส่วนบุคคลจะไม่อนุญาตเด็ดขาด ซึ่งได้กำหนดจุดจอดรถไว้ 9 แห่งรอบกรุงเทพฯด้านนอก โดยจะมีรถชัตเตอร์บัสรับ-ส่งเข้างาน ขณะที่ในส่วนของขากลับที่มีบทเรียนจากเมื่อวันเสาร์ที่22 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้เปิดการจราจรเร็วไปนั้น มีแผนรองรับว่าเมื่อขบวนเสด็จและขบวนวีไอพีออกจากพื้นที่ ตำรวจจะยังคงปิดการจราจรต่อไปอีกประมาณ 30 นาที เพื่อประสานให้รถขสมก.เข้ามาในพื้นที่ ฝั่งละ 10 คัน เพื่อมารับประชาชนบริเวณทางขึ้นทางลงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เพื่อระบายประชาชนที่หนาแน่นออกไปบางส่วน ก่อนจะพิจารณาเปิดการจราจร ซึ่งจะทำให้การระบายคนและระบายรถมีระบบมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการปิดเส้นทางนั้น จะพิจารณาผลกระทบจากวันเสาร์ที่ 29 ต.ค.ก่อน หากพบว่าไม่เกิดผลกระทบมากนัก ก็จะปิดการจราจรเต็มรูปแบบในวันอาทิตย์ที่ 30 ต.ค. ด้วย แต่ถ้าเห็นว่าวงรอบนอกไม่กระทบ ก็อาจจะปิดแค่ 8 เส้นทาง ตามที่ได้ประกาศไว้ 24 ช.ม.เหมือนเดิม คือที่ ถนนราชดำเนินในตั้งแต่แยกผ่านพิภพ ถึงป้อมเผด็จ ,ถนนสนามไชย ตั้งแต่ป้อมเผด็จถึงวงเวียนรด. , ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ป้อมเผด็จ ถึงแยกท่าช้าง, ถนนหน้าพระธาตุ ตั้งแต่สามเหลี่ยมประตูวิเศษไชยศรีไปถึงตัดถนนพระจันทร์(ริมรั้วม.ธรรมศาสตร์) , ถนนหับเผย, ถนหลักเมือง, ถนนกัลยาณไมตรี ,ถนนสราญรมย์(เชื่อมคลองหลอด)
พล.ต.ต.จิรสันต์ ฝากขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินทางมา ขอให้เตรียมพร้อม อย่านำรถเข้ามา และขอให้ศึกษาเส้นทางตรวจสอบข้อมูลจุดจอดรถ และเมื่อเข้ามาในบริเวณงานให้เชื่อฟังและให้ความมือกับเจ้าหน้าที่ ทั้งเรื่องความปลอดภัยและเรื่องของการจราจร
หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วน 1197 ซึ่งบก.จร.ได้เตรียมไว้ 30 คู่สายแต่อาจจะมีเจ้าหน้าที่รับสายไม่เพียงพอ ประชาชนอาจต้องรอสายนาน 3-5 นาที แต่จะพยายามระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วยรับสาย ในห้วงที่มีพี่น้องประชาชนโทรเข้ามาจำนวนมาก พร้อมกันนี้ก็ได้ประสานกับกรุงเทพมหานครให้จัดหาเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยรับสายให้เพียงพอต่อการบริการพี่น้องประชาชน
