เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.ปรมะ วิไลลักษณ์ตระกูล รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุมีคนถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 26 หมู่ 12 ต.สระกะเทียม อ.เมืองนครปฐม จากนั้นจึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.สมชาติ ขันบุรี รองผกก.ป. พ.ต.ท.กันตภณ เสือดาว สวป. และชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 7 แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม เข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านทรงไทยโบราณ 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณพื้นบ้านพบศพ น.ส.เตือนตา กระดังงา อายุ 53 ปี เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สระกระเทียม อ.เมือง จ.นครปฐม อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 12 ต.สระกะเทียม อ.เมือง จ.นครปฐม สภาพศพนอนตะแคงข้างเสียชีวิตจมกองเลือด ถูกปืนขนาด .38 ยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด สอบถามทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายนำพล เวียงชัย อายุ 50 ปี สามีของนางเตือนตา เป็นผู้ลงมือสังหารหลังเกิดเหตุวิ่งหลบหนีไป

ด.ช.ภู นามสมมติ อายุ 10 ปี หลานของผู้ตาย เผยว่า ก่อนเกิดเหตุยืนอยู่ในบ้าน โดยยืนอยู่ใกล้ๆ กับเตียงที่นางบุญปลูก กระดังงา อายุ 90 ปี ซึ่งเป็นทวด ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์นอนกางมุ้งอยู่ แต่แล้วจู่ๆนายนำพลก็เดินปรี่เข้ามาในห้องนอนของน.ส.เตือนตา ผู้ตายแล้วลากออกมานอกห้อง น.ส.เตือนตาร้องโวยวายว่า ไม่ไป ไม่อยากไป แต่นายกัมพลไม่ฟัง และยังชักอาวุธปืนขึ้นจ่อหัวยิงใส่เข้าที่ศีรษะนางเตือนตาทันที ตนตกใจกลัวรีบวิ่งหนีออกทางหลังบ้านเพราะกลัวว่านายนำพลจะยิงตนด้วย ส่วนนายนำพลหลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีออกไปทางหน้าบ้าน

ด้านนายตีทเศศ กระดังงา อายุ 23 ปี ลูกชายของน.ส.เตือนตาและนายนำพล เผยว่า พ่อมีพฤติกรรมเสพยา คุ้มคลั่ง ควบคุมตัวเองไม่ได้ ชอบทำร้ายร่างกายแม่และน้องสาว พ่อได้เลิกรากับแม่ไป 2 ปี แล้ว แต่เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา พ่อมีอาการคุ้มคลั่งหนักทำร้ายร่างกายแม่จนซี่โครงหัก ส่วนน้องสาวจะถูกพ่อเอามีดจี้จ่อที่คอเป็นประจำ ทุกวันนี้อยู่ด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าแม่และน้องจะได้รับอันตราย จึงให้มาอาศัยอยู่ที่บ้านยายหลังที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากบ้านพักเดิมเพียง 200 เมตรเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย สำหรับอาวุธปืนที่พ่อนำมาก่อเหตุขโมยมาจากบ้านญาติ สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเรื่องหึงหวงแม่เพราะเข้าใจผิดคิดว่าแม่มีสามีใหม่ จะคอยอาละวาดตามราวีไม่เลิก และชอบขู่ฆ่า

สำหรับประวัติของนายนำพลมีหมายจับของศาล จ.นครปฐม ข้อกล่าวหาบุกรุกเคหะสถานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ข่มขืนใจโดยมีอาวุธ กักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ออกตระเวนติดตามตัวคนร้าย คาดว่าหลบหนีอยู่ในละแวกบ้าน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน